ลดค่า GP 2569: Shopee Lazada TikTok ลงทะเบียนยังไง
ค่า GP ถูกหักทุกครั้งที่ขายได้ ไม่ว่าจะออเดอร์เล็กหรือใหญ่ กำไรต่อชิ้นของร้านทั่วไปจึงเหลือน้อยกว่าที่คิดไว้เสมอ พอต้นปี 2569 แพลตฟอร์มขึ้นค่าธรรมเนียมติดกันสามรอบ คำถามที่ตามมาคือร้านเล็กจะแบกต้นทุนนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน
มาตรการลดค่า GP คือข้อตกลงระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ที่ให้ทั้งสามแพลตฟอร์มปรับอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับกลับไปเท่ากับอัตราเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2570 ผู้ค้าที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 1.2 ล้านราย ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์เอง ไม่มีใครปรับลดให้อัตโนมัติ
ข่าวช่วงปลายตุลาคมพูดถึงตัวเลข 42.90% กันเยอะ ซึ่งทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย บทความนี้จึงรวบรวมสิ่งที่ประกาศแล้วจริง แยกให้เห็นว่าส่วนไหนยืนยันได้ ส่วนไหนยังขัดกันอยู่ และร้านต้องเตรียมอะไรก่อนกดลงทะเบียน
มาตรการนี้ลดอะไรจริง
การลดครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคบังคับที่ร้านต้องจ่ายเพื่อขายของบนแพลตฟอร์ม ซึ่งประกอบด้วยค่าคอมมิชชันหรือค่า GP, ค่าบริการโครงสร้างพื้นฐาน และค่าธรรมเนียมธุรกรรม
ส่วนค่าโฆษณา ค่าโปรโมตสินค้า และค่าบริการเสริมที่ร้านเลือกใช้เอง อยู่นอกขอบเขตมาตรการทั้งหมด นี่คือจุดที่ต้องบอกกันตรงๆ เพราะร้านที่พึ่งพาโฆษณาหนักอาจไม่รู้สึกว่าต้นทุนลดลงเลย
แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมรายการอื่นเพื่อชดเชยช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้มาตรการมีผลจริง
มาตรการนี้ยังแยกจากการสั่งระงับการขึ้นค่าธรรมเนียมของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ซึ่งมีผลตั้งแต่ 27 สิงหาคม 2569 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2570 และครอบคลุมแพลตฟอร์ม 6 ราย ไม่ใช่ 3 ราย คำสั่งของ กขค. แค่หยุดไม่ให้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม ส่วนข้อตกลงครั้งใหม่ดึงอัตรากลับลงมาให้ร้านที่ลงทะเบียนผ่านเกณฑ์
อัตราใหม่เหลือเท่าไร
ตัวเลขอัตราเดิมและอัตราใหม่ตรงกันในทุกสำนักข่าวที่รายงาน จึงใช้อ้างอิงได้ค่อนข้างมั่นใจ
| แพลตฟอร์ม | อัตราก่อนมาตรการ | อัตราช่วงมาตรการ | ส่วนลดสูงสุดที่มีการอ้างถึง |
|---|---|---|---|
| Shopee | 8.03-19.26% | 8.03-13.91% | 33.30% |
| Lazada | 9.00-17.50% | 7.50-11.60% | 42.90% |
| TikTok Shop | 13.38-21.94% | 11.24-17.66% | 35.00% |
ตัวเลข 33.30%, 42.90% และ 35% ในคอลัมน์สุดท้ายเป็นส่วนลดของบางหมวดสินค้า ไม่ใช่ส่วนลดเหมารวมทั้งร้าน ถ้าลองคำนวณจากอัตราสูงสุดก่อนลดเทียบอัตราสูงสุดหลังลด จะได้เพียง 27.8%, 33.7% และ 19.5% ตามลำดับ
สำนักข่าวอมรินทร์เตือนเรื่องนี้ไว้ชัดเจนว่า การนำอัตราสูงสุดก่อนลดไปเทียบกับอัตราต่ำสุดหลังลดจะไม่สะท้อนเงินที่ร้านประหยัดได้จริง ร้านจึงควรเปิดหน้าค่าธรรมเนียมใน seller center เพื่อดูอัตราของหมวดตัวเอง ไม่ใช่ใช้ตัวเลขพาดหัว
ใครได้สิทธิ์บ้าง
เกณฑ์รายได้แบ่งตามประเภทผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกสำนักข่าวรายงานตรงกัน
- บุคคลธรรมดา: ยอดขายหรือรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
- นิติบุคคล: ยอดขายหรือรายได้ไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี
ตัวเลข 3.5 ล้านบาทตรงกันในห้าแหล่งข่าวหลัก ไม่ว่าจะเป็นฐานเศรษฐกิจ ไทยโพสต์ ไทยพีบีเอส ไทยรัฐ และอมรินทร์ มีเพียงสำนักข่าวออนไลน์บางแห่งที่เผยแพร่ผ่านคำแถลงของรองโฆษกรัฐบาลซึ่งพิมพ์เป็น 35 ล้านบาท ตัวเลขหลังนี้ไม่สอดคล้องกับจำนวนนิติบุคคลที่กระทรวงประเมินไว้ประมาณ 180,000 ราย จึงน่าจะเป็นการพิมพ์คลาดเคลื่อนมากกว่า
นอกจากรายได้ ร้านต้องผ่านเงื่อนไขการจดทะเบียนด้วย ซึ่งจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป
1.8 ล้านในมาตรการนี้ไม่ใช่เกณฑ์ VAT
ตัวเลข 1.8 ล้านบาทในมาตรการนี้เป็นเพดานรายได้เพื่อรับสิทธิ์ลดค่า GP เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/1 ประมวลรัษฎากร แม้ตัวเลขจะเท่ากันจนดูเหมือนเกี่ยวข้องกัน นั่นเองคือจุดที่คนอ่านข่าวสับสนกันบ่อย
ความหมายสองอย่างนี้แยกกันโดยสิ้นเชิง ร้านที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทยังต้องจด VAT ตามเดิม และจะไม่ได้รับสิทธิ์ลดค่า GP ในฐานะบุคคลธรรมดา แต่ยังอาจเข้าเกณฑ์ในฐานะนิติบุคคลได้ถ้ารายได้ไม่เกิน 3.5 ล้านบาท
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าเกณฑ์ VAT ทำงานอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ รายได้ถึง 1.8 ล้านต้องจด VAT ยังไง
ลงทะเบียนอย่างไร Lazada เปิดรับแล้ว
ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีเพียง Lazada ที่เปิดช่องทางลงทะเบียนอย่างเป็นทางการผ่านแบบฟอร์มที่ส่งต่อให้ผู้ขาย โดยระบุว่าเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 ถึง 15 พฤศจิกายน 2569 และจะตรวจสอบพร้อมยืนยันผลภายในเดือนพฤศจิกายนเดียวกัน สำหรับ Shopee และ TikTok Shop ให้ติดตามประกาศใน seller center ของแต่ละแพลตฟอร์ม
แบบฟอร์มของ Lazada ขอข้อมูลดังนี้
- Seller ShortCode ของร้าน
- ชื่อผู้ขายหรือชื่อนิติบุคคล
- เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งต้องตรงกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- สถานะการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของร้าน
- สถานะการยื่นภาษีประจำปี 2568
- ไฟล์หลักฐานการยื่นภาษีประจำปี 2568 แนบได้สูงสุด 3 ไฟล์
- ยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขของโปรแกรม
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันสิทธิ์ ซึ่งทาง Lazada ระบุว่ายังขึ้นอยู่กับข้อกำหนดสุดท้ายของโปรแกรม
ข้อ 5 และข้อ 6 คือจุดที่หลายคนมองข้าม ข่าวส่วนใหญ่พูดถึงแค่การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่แบบฟอร์มจริงขอหลักฐานการยื่นภาษีประจำปี 2568 ด้วย แปลว่าร้านที่ไม่ได้ยื่นแบบภาษีปี 2568 อาจติดเงื่อนไขนี้ โดยยังไม่มีประกาศยืนยันว่าจะจัดการกับกรณีนี้อย่างไร
ต้องมีทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
เงื่อนไขนี้ทำให้ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนสถานะ จากเอกสารที่หลายร้านมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว มาเป็นประตูบานแรกที่ต้องผ่านถ้าอยากได้สิทธิ์
ร้านที่ยังไม่ได้จดทะเบียนต้องไปทำให้เสร็จก่อน โดยบุคคลธรรมดายื่นที่สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือที่เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลในต่างจังหวัด ส่วนนิติบุคคลดำเนินการผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ขั้นตอนและเอกสารครบถ้วนอยู่ในบทความ ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม ซึ่งอธิบายตั้งแต่แบบ ท.พ. ไปจนถึงค่าธรรมเนียม 50 บาท และใช้เวลาราวหนึ่งวันทำการ
ถ้าร้านยังไม่ได้ยื่นภาษีปี 2568 การยื่นย้อนหลังต้องคุยกับนักบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อน เพราะมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามมา ปฏิทินกำหนดเวลายื่นแบบทั้งหมดอยู่ในบทความ ปฏิทินยื่นภาษีร้านออนไลน์ 12 เดือน
หมวดสินค้า สองถ้อยแถลงยังไม่ตรงกัน
จุดนี้ยังไม่มีคำตอบชัดเจน และเป็นจุดที่คนเขียนข่าวเลี่ยงกันมากที่สุด
อธิบดีกรมการค้าภายในให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐ ไทยพีบีเอส และอมรินทร์ว่า การลดค่าธรรมเนียมครอบคลุมสินค้าทุกหมวดหมู่ ยกเว้นหมวดอิเล็กทรอนิกส์
แต่ข่าวจากฐานเศรษฐกิจอีกฉบับระบุว่า ผู้ค้าที่ได้สิทธิต้องอยู่ในกลุ่มสินค้า FMCG, LIFESTYLE, FASHION และ OTOP เท่านั้น สองข้อความนี้ให้ผลต่างกันมากสำหรับร้านที่ขายของทั่วไป
ข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจคือ แบบฟอร์มลงทะเบียนของ Lazada ไม่มีช่องให้ระบุหมวดสินค้าเลย จึงยังไม่ชัดว่าหมวดสินค้าเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ์จริงหรือเป็นเพียงการอธิบายขอบเขตของมาตรการ
ทางที่ดีที่สุดคือเช็กกับ seller center ของแพลตฟอร์มที่ร้านขายอยู่ ถ้าหมวดสินค้าของร้านเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าเสี่ยงไว้ก่อน
ค่า GP ลดแล้ว ต้นทุนรวมลดตามไหม
ลดค่า GP ไม่ได้แปลว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นเท่าที่ประหยัดได้เสมอไป บอกได้เลยว่าเงินที่ประหยัดมาได้จะอยู่กับร้านหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าร้านต้องจ่ายอะไรเพิ่มเข้าไป ร้านยังมีค่าโฆษณา คูปอง และค่าเข้าร่วมแคมเปญที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตมาตรการ
ยกตัวอย่างง่ายๆ ร้านที่มียอดขายฐานคำนวณค่าธรรมเนียมเดือนละ 100,000 บาท ถ้าอัตราลดจาก 18% เหลือ 14% จะจ่ายค่าธรรมเนียมจาก 18,000 บาทเหลือ 14,000 บาท ประหยัดได้เดือนละ 4,000 บาท
แต่ถ้าร้านต้องเพิ่มค่าโฆษณาเดือนละ 4,000 บาทเพื่อรักษายอดขายเดิม เงินที่ประหยัดมาก็ถูกใช้ไปจนหมด กำไรไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ออกประกาศที่ ธพด. 3/2569 ลงวันที่ 18 กันยายน 2569 เรื่องคู่มือการเปิดเผยอัตราส่วนแบ่งรวม หรือ Total Take Rate เพื่อให้ร้านเห็นต้นทุนทั้งกรณีขายปกติและกรณีเข้าร่วมแคมเปญ เป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจว่าค่าโฆษณาที่จ่ายไปคุ้มกับยอดที่ได้กลับมาหรือไม่
กระทบยอดบัญชีช่วงธันวาคมอย่างไร
ช่วงเปลี่ยนอัตราคือช่วงที่การกระทบยอดยากขึ้น เพราะออเดอร์ปลายเดือนพฤศจิกายนและต้นเดือนธันวาคมถูกหักด้วยอัตราต่างกัน แต่เงินอาจโอนเข้ามาในรอบเดียวกัน
ร้านที่บันทึกค่าธรรมเนียมจากยอดโอนจะเจอปัญหาทันที เพราะยอดโอนรวมอัตราเก่าและอัตราใหม่ปนกันโดยไม่แยกให้เห็น วิธีที่ปลอดภัยคือดึงรายงานค่าธรรมเนียมรายออเดอร์มาเทียบกับยอดโอนในรอบนั้น แล้วแยกบันทึกตามวันที่ตัดรอบของแต่ละแพลตฟอร์ม
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือภาษีซื้อจากค่าธรรมเนียม ใบกำกับภาษีที่ออกในช่วงธันวาคมจะมียอดตามอัตราใหม่ ร้านที่จด VAT ต้องตรวจว่าใบกำกับตรงกับที่บันทึกไว้ในระบบหรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะกระทบแบบ ภ.พ.30 ของเดือนนั้น
ภาพรวมวิธีกระทบยอดค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอยู่ในบทความ ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok หักอะไรบ้าง และถ้าอยากให้ระบบคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์ให้อัตโนมัติ ดูได้ที่หน้า ระบบบัญชีสำหรับร้านออนไลน์
หลัง 31 พฤษภาคม 2570 จะเกิดอะไร
ยังไม่มีคำตอบจากทางราชการและแพลตฟอร์ม สื่อหลายสำนักเรียกมาตรการนี้ว่า 'ยาแก้ปวด' เพราะบรรเทาอาการได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เป็นต้นเหตุ ตัวแทนทั้งสามรายยืนยันแค่ว่าจะไม่ขึ้นค่าธรรมเนียมรายการอื่นระหว่างมาตรการ ส่วนอัตราหลังสิ้นสุดมาตรการต้องประเมินผลและหารือกันอีกครั้ง
สิ่งที่รัฐทำคู่ขนานคือผลักดันร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รับไปทบทวน โดยมีเป้าหมายให้โครงสร้างค่าธรรมเนียมมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
สำหรับร้านที่ต้องวางแผนสต๊อกหรือจ้างคน การลดต้นทุน 6 เดือนช่วยเรื่องสภาพคล่องก็จริง แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขนี้ตั้งสมมติฐานรายได้ระยะยาว
ถ้าเจอการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ถ้าไม่กดลงทะเบียน จะได้ส่วนลดไหม?
ไม่ได้ ระบบไม่ปรับลดให้อัตโนมัติ ต้องกดรับสิทธิ์ผ่านช่องทางของแพลตฟอร์มที่ร้านขายอยู่ และต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก่อน
ร้านที่ยังไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทำอย่างไร?
ต้องไปจดให้เสร็จก่อน บุคคลธรรมดายื่นที่สำนักงานเขตหรือเทศบาลและอบต.ในพื้นที่ นิติบุคคลดำเนินการผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จากนั้นจึงกลับมากดรับสิทธิ์
ยอดขาย 1.8 ล้านบาทนับรวมทุกแพลตฟอร์มหรือแยกทีละแพลตฟอร์ม?
ยังไม่มีประกาศระบุชัดเจน แบบฟอร์มของ Lazada ขอข้อมูลการยื่นภาษีประจำปี 2568 ซึ่งบอกเป็นนัยว่าเกณฑ์รายได้น่าจะอ้างอิงปีภาษี 2568 แต่ยังต้องรอประกาศยืนยันจากแพลตฟอร์มอีกครั้ง
ถ้ารายได้เกินเกณฑ์ แต่ขายหลายช่องทาง จะทำอย่างไร?
ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท จะไม่เข้าเกณฑ์ในฐานะบุคคลธรรมดา แต่ยังอาจเข้าเกณฑ์ในฐานะนิติบุคคลได้ถ้ารายได้ไม่เกิน 3.5 ล้านบาท ซึ่งต้องดูโครงสร้างธุรกิจของร้านเป็นรายกรณี
แหล่งอ้างอิง
ตรวจสอบเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2569:
- สำนักโฆษกรัฐบาล สรุปมาตรการลดค่า GP ผ่าน MGR Online (28 ต.ค. 2569)
- ฐานเศรษฐกิจ ศุภจีจับมือ 3 แพลตฟอร์ม ลดค่า GP สูงสุด 42.9% (28 ต.ค. 2569)
- ฐานเศรษฐกิจ 5 ขั้นตอนลงทะเบียนลดค่า GP (28 ต.ค. 2569)
- ไทยพีบีเอส 3 ยักษ์แพลตฟอร์มยอมลด GP (28 ต.ค. 2569)
- ไทยรัฐ 3 อีคอมเมิร์ซใหญ่ยอมหั่นค่า GP นาน 6 เดือน (28 ต.ค. 2569)
- ไทยโพสต์ ศุภจีช่วยรายย่อย ดัน 3 แพลตฟอร์มตรึงค่า GP (28 ต.ค. 2569)
- อมรินทร์ สรุปเกณฑ์ลด GP เช็กสิทธิและวิธีสมัคร (29 ต.ค. 2569)
- กรุงเทพธุรกิจ ลดค่า GP 6 เดือน ยาแก้ปวดหรือซื้อเวลา (1 พ.ย. 2569)
- แบบฟอร์มลงทะเบียนโปรแกรมลดค่าธรรมเนียมบน Lazada (1 พ.ย. 2569)
