กลับไปบทความทั้งหมด

เรียกขนส่งเอง 8 ชม./วัน vs โปรแกรมรวมขนส่ง 30 นาที: ต่างกันยังไง?

Seller Pao··

ถ้าเคยใช้คืนวันศุกร์ไปกับการเปิด 3 browser tab ทำงานพร้อมกัน, Flash อยู่ tab นึง J&T อีก tab นึง แล้วก็ copy-paste ที่อยู่ลูกค้าซ้ำไปซ้ำมาทีละออเดอร์, ต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่ความโชคร้าย มันคือปัญหา process

แล้วโปรแกรมรวมขนส่งคือคำตอบที่ร้านออนไลน์หลายหมื่นร้านในไทยเปลี่ยนมาใช้แล้ว

วิธีเรียกขนส่งแบบเดิม: ทำเองทีละเว็บ

Flow การเรียกขนส่งมือ (ทีละออเดอร์)

  1. เปิดออเดอร์ใน Facebook/Line/Shopee, อ่านที่อยู่ลูกค้า
  2. เปิดเว็บขนส่ง (Flash / J&T / Kerry แล้วแต่จะเลือก)
  3. กรอกข้อมูลผู้รับ, ชื่อ, เบอร์, ที่อยู่ ทีละช่อง
  4. กรอกน้ำหนักแล้วก็ขนาดพัสดุ
  5. กดยืนยัน แล้วรับ tracking number
  6. บันทึก tracking ลง Excel หรือ copy ส่งลูกค้า
  7. ปริ้นใบปะหน้า แยกตามเจ้าขนส่ง
  8. แปะใบปะหน้า กับกล่อง

ทำซ้ำทุกข้อสำหรับทุกออเดอร์

ถ้ามีออเดอร์ 50 รายการ แต่ละออเดอร์ใช้เวลา 8-10 นาที = 400-500 นาที หรือเกือบ 8 ชั่วโมง แค่งานเรียกขนส่งอย่างเดียว

ปัญหาที่พบบ่อยจากการเรียกเอง

พิมพ์ที่อยู่ผิด, ที่อยู่ไทยยาวมาก โดยเฉพาะชื่อซอยแปลก ๆ หรือชื่อหมู่บ้าน พิมพ์ผิดตัวเดียวทำให้ EMS ส่งไม่ถึงได้

ลืม tracking หรือจดผิด, copy tracking number มาแปะไว้ที่ไหนสักที่ แล้วก็หาไม่เจอตอนลูกค้าถาม

ต้องจำว่าออเดอร์ไหนใช้เจ้าไหน, ถ้าใช้ 3 เจ้าพร้อมกัน ต้องคอยจำว่าออเดอร์ไหนส่ง Flash ออเดอร์ไหนส่ง Kerry ไม่งั้นปะฉลากผิด

ใบปะหน้าพิมพ์คนละ format, แต่ละเจ้าใบปะหน้าหน้าตาต่างกัน บางเจ้า A4 บางเจ้า label sticker ต้องสลับ settings ปริ้นเตอร์ทุกรอบ

ไม่รู้ว่าส่งแล้วหรือยัง, มีหลายร้อยออเดอร์ track ว่าส่งแล้ว/ยังไม่ส่ง/ส่งแล้วแต่ถูก reject ต้องเข้าไปเช็คในเว็บขนส่งแต่ละเจ้าเองทุกวัน

โปรแกรมรวมขนส่ง: ทำอะไรแทนได้?

โปรแกรมรวมขนส่งคือระบบที่เชื่อมต่อกับขนส่งหลายเจ้าพร้อมกัน แล้วให้จัดการทุกอย่างจากที่เดียว

Flow การเรียกขนส่งผ่านโปรแกรม

  1. ออเดอร์ sync เข้าระบบอัตโนมัติ จากทุกช่องทาง (ไม่ต้องกรอกเอง)
  2. ระบบ auto-select ขนส่ง ตาม rule ที่ตั้งไว้ (หรือเลือกเองได้)
  3. กดอนุมัติออเดอร์ ทีละหลายรายการพร้อมกัน
  4. ปริ้นใบปะหน้าทีเดียว ทุกเจ้าในรอบเดียว ไม่สลับ format
  5. Tracking อัพเดทอัตโนมัติ ไม่ต้องเข้าไปเช็คเอง
  6. แจ้งลูกค้าอัตโนมัติ ว่าของส่งแล้ว tracking คืออะไร

งานที่เคยใช้ 8 ชั่วโมงเหลือไม่ถึง 30 นาที

ฟีเจอร์หลักของโปรแกรมรวมขนส่งที่ดี

1. Multi-carrier integration, เชื่อมต่อกับขนส่งทุกเจ้าในระบบเดียว

2. Batch processing, เลือกออเดอร์หลายรายการพร้อมกัน กดอนุมัติทีเดียว ระบบส่งข้อมูลไปทุกเจ้าพร้อมกัน

3. Unified label printing, ปริ้นใบปะหน้าทุกเจ้าจากระบบเดียวกัน format เดียวกัน ไม่ต้องสลับ settings ปริ้นเตอร์

4. Auto tracking update, ระบบดึง tracking status จากทุกเจ้าอัตโนมัติ แสดงสถานะออเดอร์ทั้งหมดในหน้าเดียว

5. Customer notification, ส่งแจ้ง tracking ให้ลูกค้าอัตโนมัติผ่าน Line/SMS/Email เมื่อของถูกส่งออก

6. Order status dashboard, เห็นภาพรวมว่าออเดอร์ไหน: รอส่ง / ส่งแล้ว / อยู่ระหว่างขนส่ง / ส่งถึงแล้ว / ถูก reject

ค่าส่งกับ COD ก็มีผล

นอกจากเรื่องเวลา ค่าธรรมเนียมขนส่งมีผลต่อกำไรมากกว่าที่คิด ตัวอย่างค่าธรรมเนียมที่ร้านควรรู้:

  • Flash Express ค่าส่งเริ่มต้น 22 บาท (กรณี drop-off) สำหรับพัสดุเบา
  • Kerry Express คิดค่าธรรมเนียม COD ประมาณ 2.4% ของมูลค่าสินค้า
  • Flash Express คิดค่าธรรมเนียม COD ประมาณ 2.5%

ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนได้ตามโปรโมชัน ควรเช็คกับขนส่งโดยตรงก่อนตัดสินใจ

ทิศทางตลาด: สัดส่วนออเดอร์ COD ในไทยลดลงเรื่อย ๆ เหลือประมาณ 15-20% ของออเดอร์ออนไลน์ทั้งหมด ขณะที่การชำระผ่าน PromptPay เติบโตขึ้น ร้านที่ยังพึ่ง COD เป็นหลักมีต้นทุนค่าธรรมเนียมสะสมที่คุ้มค่าต้องติดตาม

เปรียบเทียบตรง ๆ: เรียกเอง vs โปรแกรมรวม

หัวข้อเรียกเองทีละเว็บโปรแกรมรวมขนส่ง
เวลาต่อออเดอร์8-10 นาทีไม่ถึง 1 นาที
กรอกข้อมูลซ้ำทุกออเดอร์ไม่ต้องกรอกซ้ำ
ปริ้นใบปะหน้าแยกตามเจ้าทีเดียวทุกเจ้า
ติดตาม trackingต้องเข้าแต่ละเว็บอยู่ที่เดียว
แจ้งลูกค้าทำเองอัตโนมัติ
เปรียบเทียบราคาทำมืออัตโนมัติ
ความผิดพลาดจากกรอกสูงต่ำมาก
ต้นทุนค่าส่งเท่าเดิมหรือแพงกว่าต่ำกว่า (ถ้ามี auto-select)
ค่าใช้จ่ายฟรี (แต่เสียเวลา)มีค่า subscription

ตัวอย่างวันทำงานจริง

ร้านที่เรียกขนส่งเอง

  • 9:00: เช็กออเดอร์ทุกช่องทาง จดลง Excel
  • 10:00: เริ่มเรียกขนส่ง เปิดเว็บ Flash กรอกทีละรายการ
  • 11:00: ย้ายไปเว็บ J&T กรอกต่อ
  • 12:00: พักกลางวัน แต่ยังกังวลว่ากรอกครบไหม
  • 13:00: กรอกต่อ ปริ้น label ทีละเจ้า
  • 14:30: ปะ label แยกกองตามเจ้า
  • 15:00: ส่งออก แล้วเริ่มตอบแชทลูกค้า

งานขนส่งใช้เวลาทั้งเช้า ยังไม่ได้ทำการตลาดหรือหาสินค้าใหม่เลย

ร้านที่ใช้โปรแกรมรวมขนส่ง

  • 9:00: เปิดระบบ เห็นออเดอร์ทุกช่องทางรวมกันอยู่แล้ว
  • 9:15: กดอนุมัติออเดอร์ทั้งหมด ระบบ auto-select ขนส่ง
  • 9:20: ปริ้น label ทีเดียวทุก 80 ออเดอร์
  • 9:40: แปะ label ส่งของออก
  • 10:00: เหลือเวลาอีก 6 ชั่วโมงสำหรับงานอื่น

เหมาะกับร้านแบบไหน?

โปรแกรมรวมขนส่งคุ้มค่าถ้า:

  • ส่งออเดอร์มากกว่า 20 รายการต่อวัน
  • ใช้ขนส่งมากกว่า 1 เจ้า
  • มีหลายช่องทางขาย ออเดอร์กระจายหลายที่
  • อยากลดความผิดพลาดจากกรอกมือ

ยังเรียกเองได้ถ้า:

  • ส่งน้อยกว่า 10-15 ออเดอร์ต่อวัน
  • ใช้ขนส่งเจ้าเดียวตายตัว
  • ขายช่องทางเดียว ออเดอร์ไม่ซับซ้อน

FAQ

Q: โปรแกรมรวมขนส่งราคาเท่าไหร่?
A: ขึ้นกับผู้ให้บริการแล้วก็ plan ที่เลือก บางเจ้าคิดตาม transaction บางเจ้าคิด flat monthly fee ระบบจัดการร้านค้าหลายตัวมีฟีเจอร์นี้รวมอยู่ในแพ็กเกจหลัก

Q: ต้องทิ้งระบบเก่าทั้งหมดไหม?
A: ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่ migrate ทีละขั้นตอน เริ่มจาก connect ขนส่งที่ใช้บ่อยก่อน แล้วค่อยขยายไปช่องทางอื่น

Q: ถ้าขนส่งเจ้าที่เลือกให้มีปัญหา รับสินค้าไม่มา ทำยังไง?
A: ระบบที่ดีให้ manual override ได้, เปลี่ยนขนส่งสำหรับออเดอร์ที่ยังไม่ได้รับไปได้

Q: ใบปะหน้าที่ปริ้นจากโปรแกรม ขนส่งรับไหม?
A: รับ ขนส่งทุกเจ้าในไทยรับใบปะหน้าจากระบบที่มี API integration ครบถ้วน format มาตรฐาน barcode ถูกต้อง

Q: ถ้าใช้ Shopee Integrated Logistics อยู่แล้ว ต้องเปลี่ยนไหม?
A: ไม่ต้อง Shopee ILS ยังใช้ได้ปกติ แต่สำหรับออเดอร์จากช่องทางอื่น (Facebook, Line, TikTok) โปรแกรมรวมขนส่งจะช่วยจัดการได้ครบกว่า

Q: ปริ้นเตอร์ที่ใช้อยู่ต้องซื้อใหม่ไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่ต้อง โปรแกรมรองรับทั้ง thermal printer (แบบม้วน สำหรับ label) แล้วก็ laser/inkjet (A4) ใช้ปริ้นเตอร์ที่มีอยู่ได้เลย