กลับไปบทความทั้งหมด

เรท Influencer ไทย 2569 จ้างเท่าไหร่ คำนวณ ROI ยังไงให้คุ้ม

Seller Pao·

จ่ายเงินให้ influencer แล้วไม่ได้ยอดขายกลับมาเลย เจ้าของร้านออนไลน์ไทยหลายคนเคยเจอ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Influencer Marketing ไม่ work แต่อยู่ที่เลือก influencer ผิดคน ผิด platform และไม่มี brief ที่ชัด

Influencer Marketing คืออะไร?

คือการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลบนโซเชียลมีเดียช่วยโปรโมทสินค้า เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านความไว้วางใจที่ followers มีต่อ influencer คนนั้น

ต่างจากโฆษณาทั่วไปตรงที่ รู้สึก "organic" กว่า เพราะมาจากคนที่ผู้ชม follow เลือกเอง ไม่ใช่โฆษณาที่ถูกยัดเยียด

KOL กับ Influencer ต่างกันยังไง?

คนมักใช้สองคำนี้แทนกัน แต่จริง ๆ ต่างกัน:

**KOL** (Key Opinion Leader)**Influencer**
**จุดแข็ง**ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไลฟ์สไตล์ ความนิยม
**ตัวอย่าง**หมอรีวิวยา, นักการเงินแนะนำลงทุนดารารีวิวเสื้อผ้า, net idol แชร์อาหาร
**ความน่าเชื่อถือ**มาจากความเชี่ยวชาญมาจากความนิยม
**เหมาะกับ**สินค้าที่ต้องการ credibilityสินค้าทั่วไป lifestyle

ประเภท Influencer ตามขนาด Followers

ประเภทFollowersข้อดีเหมาะกับ
**Nano**1,000-10,000Engagement สูงมาก ราคาถูก authenticร้านเล็ก งบน้อย
**Micro**10,000-100,000Engagement ดี Niche ชัดร้านกลาง สินค้า niche
**Macro**100,000-1MReach กว้างแบรนด์ต้องการ awareness
**Mega/Celebrity**1M+Reach สูงมาก engagement อาจต่ำแบรนด์ใหญ่ launch สินค้า

สิ่งที่ร้านส่วนใหญ่ไม่รู้: Nano และ Micro Influencer ให้ ROI สูงกว่า Mega เพราะ engagement rate สูงกว่า followers ตรง niche กว่า ข้อมูลจาก influencer marketing ในไทยพบว่า Nano influencer ให้ ROI สูงกว่าถึง 300% เมื่อเทียบกับ macro และ Mega

ค่าใช้จ่ายอ้างอิง: Nano influencer ในไทยอยู่ที่ประมาณ 800-3,000 บาทต่อโพสต์ Micro อยู่ที่ 3,000-30,000 บาท เหมาะกับงบของร้านออนไลน์ทั่วไปมากกว่าดารา

เรท influencer ไทย 2569 จ้างราคาเท่าไหร่?

คำตอบสั้น ๆ: เริ่มได้ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักล้าน ขึ้นกับขนาด followers, platform และเงื่อนไขที่ตกลงกัน ร้านออนไลน์ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน Nano-Micro คืองบ 800-30,000 บาทต่อโพสต์

ตัวเลขทั้งหมดในตารางนี้เป็น ช่วงราคาอ้างอิง จากตลาดไทยช่วงต้นปี 2569 ราคาจริงต่อรองได้ และต่างกันตาม niche กับคุณภาพงานของแต่ละคน

เรท influencer แยกตาม tier และ platform

Tier (Followers)IG (โพสต์/Story)TikTok (คลิป)Facebook (โพสต์)YouTube (คลิปรีวิว)
**Nano** (1K-10K)500-2,500800-3,000500-2,5002,000-8,000
**Micro** (10K-100K)3,000-25,0005,000-30,0003,000-20,00010,000-60,000
**Macro** (100K-1M)30,000-150,00040,000-200,00030,000-150,00060,000-400,000
**Mega** (1M+)150,000 ขึ้นไป200,000 ขึ้นไป150,000 ขึ้นไป400,000-1,000,000+

สังเกตว่า TikTok กับ YouTube แพงกว่า IG/Facebook ใน tier เดียวกัน เพราะเป็นงานวิดีโอ ต้องถ่าย ต้องตัดต่อ ใช้เวลาทำมากกว่าโพสต์รูปหลายเท่า

อะไรทำให้เรทแพงขึ้นหรือถูกลง?

ตัวเลขในตารางคือ "โพสต์เดียว เงื่อนไขมาตรฐาน" พอเงื่อนไขเปลี่ยน ราคาก็เปลี่ยน:

  • Engagement rate — คนที่ engagement 8% คิดแพงกว่าคนที่ followers เท่ากันแต่ engagement 1% ได้ และคุ้มกว่าด้วย
  • Niche เฉพาะทาง — สาย beauty, การเงิน, สุขภาพ เรทสูงกว่าสาย lifestyle ทั่วไป เพราะ audience พร้อมซื้อมากกว่า
  • Usage rights — ถ้าจะเอาคลิปไปยิงแอดต่อ (เรียกว่า boosting หรือ ad usage) บวกเพิ่ม 30-100% ของค่าโพสต์
  • Exclusivity — ห้ามรับงานแบรนด์คู่แข่งช่วง 1-3 เดือน บวกเพิ่มอีก 20-50%
  • จำนวนชิ้นงาน — จ้างเป็นแพ็กเกจ 3-5 โพสต์ มักได้ราคาต่อชิ้นถูกลง

จ้างตรงกับจ้างผ่าน agency ต่างกันแค่ไหน?

**จ้างตรง (DM หาเอง)****ผ่าน agency / platform**
**ราคา**ถูกกว่า ไม่มีค่าหัวคิวบวก management fee 20-30%
**เวลาที่ใช้**ต้องคุยเอง brief เอง ตามงานเองมีคนจัดการให้ทั้งหมด
**ความเสี่ยง**เจอคนเทงาน ไม่มีสัญญารองรับมีสัญญา มีตัวเลือกสำรอง
**เหมาะกับ**จ้าง 1-3 คน งบไม่เกินหลักหมื่นcampaign ใหญ่ จ้างทีละ 10+ คน

ร้านเล็กเริ่มจากจ้างตรงก่อนเลย ประหยัดกว่าและได้เรียนรู้วิธีทำงานกับ influencer ด้วยตัวเอง พอ scale ขึ้นค่อยขยับไปใช้ agency

งบไม่ถึงพันบาท จ้างได้ไหม?

ได้ มี 2 ทางที่ Nano influencer หลายคนรับ:

  1. จ่ายเป็นสินค้า (barter) — ส่งสินค้าให้ฟรีแลกรีวิว เหมาะกับสินค้าที่มูลค่าพอสมควร (300 บาทขึ้นไป) เลือกคนที่เคยรีวิวสินค้าแนวเดียวกันจะตอบรับง่ายกว่า
  2. Affiliate / ส่วนแบ่งยอดขาย — ไม่จ่ายค่าโพสต์ แต่ให้ commission 10-20% จากยอดที่ขายได้ผ่านโค้ดของเขา influencer ได้แรงจูงใจขายจริง ร้านไม่เสียเงินถ้าไม่มียอด

สองแบบนี้เสี่ยงต่ำสุดสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มลอง แต่ต้องบอกก่อนว่า influencer เก่ง ๆ มักไม่รับ barter เพราะงานเขามีคิว ถ้าอยากได้คนคุณภาพ เตรียมงบเงินสดไว้บ้าง

ทำไม Influencer Marketing ถึงได้ผล?

1. Trust Transfer followers ไว้ใจ influencer ความไว้วางใจนั้น "ถ่าย" มาที่สินค้าด้วย

2. Targeted Audience influencer เฉพาะทางมีกลุ่มผู้ชมชัด โปรโมทสินค้าตรงกลุ่มได้ผลมากกว่ายิงแอดทั่วไป

3. Content ที่ Authentic influencer ดี ๆ สร้าง content ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่อ่านสคริปต์

วิธีเลือก Influencer ให้ถูกคน

ขั้นตอนสำคัญสุด เลือกผิดคนงบเยอะแค่ไหนก็ไม่ได้ผล

ตรวจสอบก่อนจ้าง

1. Engagement Rate ไม่ใช่แค่ Followers
= (Likes + Comments + Shares) / Followers x 100

  • Nano/Micro: ควร 3-10%
  • Macro: 1-3% ถือว่าดี
  • followers เยอะ engagement แทบศูนย์ = อาจเป็น fake followers

2. Audience Demographics ตรงกับ Target ไหม?
ขอดู insights ก่อน กลุ่มผู้ชมเป็นเพศ อายุ ที่อยู่ ตรงกับลูกค้าหรือเปล่า

3. Content Quality และ Tone
ดู content ที่ผ่านมา สม่ำเสมอไหม คุณภาพโอเคไหม ตรงกับ brand image ไหม

4. ประวัติการทำงาน
influencer ดีมักมี portfolio หรือ case study ให้ดู ขอแล้วไม่มีก็ระวัง

ใช้ Influencer Marketing ให้คุ้มเงิน

ขั้นที่ 1: กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัด

  • Awareness: เพิ่มการรับรู้ → เลือก reach สูง
  • Engagement: สร้าง community → เลือก engagement rate สูง
  • Sales: เพิ่มยอดขาย → เลือก conversion-focused
  • SEO/Content: ได้ content มาใช้ → เลือก content quality

ขั้นที่ 2: เขียน Brief ชัด

Brief ไม่ชัด = content ไม่ได้ผล ต้องระบุ:

  • ข้อมูลสินค้าและ key message
  • Tone & manner ที่ต้องการ
  • สิ่งที่ต้องพูดถึง และสิ่งที่ห้ามพูด
  • Call to Action
  • Deliverable: จำนวน post รูปแบบ deadline

ขั้นที่ 3: ให้อิสระในการ Create

influencer รู้จัก audience ตัวเองดีสุด micro-manage จน content ดูเหมือนโฆษณา ผลลัพธ์แย่ลง brief ชัดแต่ให้ freedom ในการนำเสนอ

ขั้นที่ 4: วัดผลให้ถูก

  • Reach และ Impression
  • Engagement Rate
  • Click-through Rate
  • Sales / Conversion (ถ้ามีโค้ดเฉพาะ)

ให้ discount code หรือ tracking link เฉพาะ influencer แต่ละคน วัดยอดขายได้ชัด

วิธีคำนวณ ROI ของ influencer marketing (พร้อมสูตร)

จ้างแล้วต้องตอบให้ได้ว่า "คุ้มไหม" ด้วยตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก สูตรมาตรฐานคือ:

ROI (%) = (กำไรจากแคมเปญ − ต้นทุนจ้าง) ÷ ต้นทุนจ้าง × 100

จุดที่ร้านส่วนใหญ่พลาดคือใช้ "ยอดขาย" แทน "กำไร" ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง ต้องหักต้นทุนสินค้าก่อนเสมอ

ตัวอย่างคำนวณจริง

จ้าง Micro influencer สาย skincare 1 คน ค่าโพสต์ 5,000 บาท ให้โค้ดส่วนลดเฉพาะตัว:

รายการตัวเลข
ออเดอร์ที่ใช้โค้ดของ influencer คนนี้30 ออเดอร์
ยอดขายรวม (เฉลี่ย 590 บาท/ออเดอร์)17,700 บาท
กำไรขั้นต้น 40%7,080 บาท
ต้นทุนจ้าง5,000 บาท
**ROI = (7,080 − 5,000) ÷ 5,000 × 100****+41.6%**

แปลว่าทุก 100 บาทที่จ่ายไป ได้กำไรกลับมา 141.6 บาท ถ้า ROI ติดลบ 2 แคมเปญติดกับ influencer คนเดิม ก็มีข้อมูลพอจะเปลี่ยนคนแล้ว

จะรู้ได้ยังไงว่ายอดมาจาก influencer คนไหน?

วิธีที่ใช้ได้จริงโดยไม่ต้องมีระบบซับซ้อน:

  1. Discount code เฉพาะคน — เช่น โค้ด "NUNA10" สำหรับ influencer ชื่อนุ่น ลูกค้าใช้โค้ดไหน ยอดนับเข้าคนนั้น
  2. Tracking link เฉพาะคน — ลิงก์ที่ติด UTM แยกแต่ละคน ดูคลิกและยอดสั่งซื้อได้จาก analytics
  3. ถามตอนปิดการขายในแชท — แม่ค้าที่ขายผ่าน inbox ถามสั้น ๆ "เห็นจากรีวิวของใคร" แล้วจดไว้ ง่ายแต่ได้ข้อมูลจริง

วัด ROI จาก influencer แต่ละคนอัตโนมัติ — Seller Pao รวมออเดอร์จาก discount code หรือลิงก์เฉพาะของแต่ละ influencer ไว้ที่เดียว เห็นยอดขายจริงต่อคน ไม่ต้องนั่งไล่ Excel (sellerpao.com)

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเงินเปล่า

  1. ดูแค่ followers ไม่ดู engagement 500K followers แต่ engagement 0.1% = ได้ผลน้อยมาก
  2. เลือกไม่ตรง niche ดารา lifestyle รีวิวยาสระผม ไม่ตรง audience เลย
  3. Brief ไม่ชัด influencer ทำ content ผิดจากที่ต้องการ
  4. ไม่ track ผลลัพธ์ ไม่รู้ว่าได้ผลจริงหรือเปล่า
  5. คาดหวัง viral ทุกครั้ง Influencer Marketing คือการสะสม touchpoint ไม่ใช่ gamble

FAQ

ถาม: ร้านเล็กงบน้อยควรใช้ไหม?
ตอบ: ได้ผลดีถ้าเลือก Nano หรือ Micro ที่ตรง niche Nano influencer รับงานที่งบ 800-3,000 บาทต่อโพสต์ บางคนรับสินค้าแทนเงินด้วย ลองส่งสินค้าให้คนที่ชอบรีวิวก่อนก็ได้

ถาม: จ่ายเงินแล้วไม่ได้ยอด ผิดที่ใคร?
ตอบ: ส่วนมากเกิดจาก 3 สาเหตุ เลือกผิดคน brief ไม่ชัด หรือวัตถุประสงค์ไม่ตรงกับ format ทบทวนทั้ง 3 ข้อก่อนสรุปว่าไม่ได้ผล

ถาม: ควรจ้างกี่คนต่อ campaign?
ตอบ: แล้วแต่งบและวัตถุประสงค์ งบน้อยเลือก 1-2 คนที่ดีมาก ๆ ดีกว่าจ้าง 10 คนที่ไม่ตรง niche