ระบบขายของ Facebook มีอะไรบ้าง แยกให้ชัดระหว่างของ Facebook เองกับระบบหลังบ้าน
ระบบขายของ Facebook แบ่งเป็นสองชั้นที่ทำงานคนละหน้าที่ ชั้นแรกคือเครื่องมือของ Facebook เอง ซึ่งช่วยให้คนเห็นสินค้าและทักมาคุย ส่วนชั้นที่สองคือระบบหลังบ้าน ที่รับช่วงต่อหลังปิดการขายได้แล้ว ตั้งแต่บันทึกออเดอร์ ตัดสต๊อก เรียกขนส่ง ไปจนถึงตามเงินปลายทาง Facebook ไม่มีชั้นที่สองให้
คนถามคำนี้กันเยอะ แต่กำลังถามคนละเรื่องกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากให้คนเห็นของเยอะขึ้น หรือคนที่ขายได้แล้วแต่จัดการออเดอร์ไม่ทัน สองเรื่องนี้ใช้เครื่องมือคนละตัวกันเลย
ชั้นที่ 1 — เครื่องมือของ Facebook เอง
ของที่ Facebook ให้มาฟรีมีอยู่ไม่กี่อย่าง ซึ่งแต่ละอย่างเหมาะกับการขายคนละแบบ
- เพจ (Facebook Page) บ้านหลักของร้าน ใช้โพสต์ ไลฟ์ และรับแชท เหมาะกับร้านที่ขายผ่านการคุยกับลูกค้า
- Marketplace ประกาศขายแบบรายชิ้น คนในพื้นที่ใกล้เคียงเห็นง่าย เหมาะกับของมือสองหรือของชิ้นใหญ่ที่นัดรับเอง
- Shop บนเพจ แคตตาล็อกสินค้าที่ติดอยู่กับเพจ ให้ลูกค้ากดดูของได้โดยไม่ต้องเลื่อนหาในโพสต์เก่า
- Messenger กับ Facebook Live ช่องทางปิดการขายจริงของร้านไทยส่วนใหญ่ ลูกค้าทักมาถาม หรือคอมเมนต์ระหว่างไลฟ์
จุดร่วมของทั้งสี่อย่างคือ ช่วยให้ คนเห็นของและทักเข้ามาได้ แต่ไม่ได้ช่วยจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเลย ซึ่งตรงนั้นแหละคือจุดที่งานจริงเริ่ม
ชั้นที่ 2 — ระบบหลังบ้าน
หลังจากลูกค้าตกลงซื้อแล้ว งานที่ตามมาคือส่วนที่ Facebook ไม่ได้ทำให้ ซึ่งได้แก่
- บันทึกว่าใครสั่งอะไร กี่ชิ้น ที่อยู่ไหน
- หักสต๊อกออกจากยอดจริง
- เรียกขนส่งแล้วพิมพ์ใบปะหน้า
- ตามว่าเงินปลายทางเข้าครบไหม
- ปิดยอดตอนสิ้นเดือนว่ากำไรจริงเท่าไหร่
ร้านที่ขายไม่เยอะยังจดใส่สมุดหรือ Excel ได้ แต่พอออเดอร์เริ่มมาพร้อมกันหลายทาง ทั้งจากแชท จากคอมเมนต์ไลฟ์ และจาก marketplace อย่าง Shopee หรือ Lazada ที่เปิดไว้ด้วย การจดมือจะเริ่มตกหล่น
แล้วระบบ CF คืออะไร อยู่ชั้นไหน
ระบบ CF อยู่ตรงรอยต่อของสองชั้นพอดี CF ย่อมาจากการที่ลูกค้าพิมพ์คำว่า CF ในคอมเมนต์เพื่อจองสินค้า ระบบ CF คือตัวที่คอยอ่านคอมเมนต์แล้วเปลี่ยนให้เป็นออเดอร์อัตโนมัติ พร้อมทักไปหาลูกค้าให้ยืนยันที่อยู่
ต้องบอกเลยว่านี่คือจุดที่คนขายไลฟ์เจ็บที่สุด เพราะตอนคนดูเยอะๆ คอมเมนต์วิ่งเร็วจนคนเดียวจดไม่ทันแน่นอน แล้วที่หายไปไม่ใช่คอมเมนต์ แต่คือออเดอร์จริงที่ลูกค้าตั้งใจจะซื้อนั่นเอง
แล้วร้านเราต้องใช้อะไร
ตอบจากอาการง่ายกว่าตอบจากขนาดร้าน
| อาการตอนนี้ | สิ่งที่ควรแก้ก่อน |
|---|---|
| โพสต์แล้วคนไม่ค่อยเห็น ยอดทักน้อย | ชั้นที่ 1 — ปรับวิธีโพสต์ ไลฟ์ให้ถี่ขึ้น ลองยิงแอด |
| คนทักเยอะแต่ตอบไม่ทัน ลูกค้าหาย | ชั้นที่ 2 — ระบบรวมแชท |
| ไลฟ์แล้วเก็บออเดอร์จากคอมเมนต์ไม่ทัน | ระบบ CF |
| ขายได้แต่ไม่รู้ว่าของเหลือเท่าไหร่ | ชั้นที่ 2 — ระบบตัดสต๊อก |
| ขายทั้งเพจทั้ง marketplace แล้วสต๊อกชนกัน | ชั้นที่ 2 — ระบบที่ตัดสต๊อกจากก้อนเดียวกัน |
ที่ต้องบอกตรงๆ คือถ้าปัญหาอยู่ที่ชั้นแรก การไปซื้อระบบหลังบ้านมาใช้ไม่ได้ช่วยให้ขายดีขึ้น เพราะระบบหลังบ้านไม่ได้ทำให้คนเห็นของเราเยอะขึ้น มันช่วยตอนที่ของขายได้แล้วเท่านั้น
ขายบนเฟสอย่างเดียว หรือขายหลายที่ดี
ขายบนเฟสอย่างเดียวมีข้อดีคือลูกค้าคุ้นเคย ปิดการขายในแชทได้เลย ไม่ต้องแข่งราคาแบบหน้า marketplace แต่มีข้อเสียที่ต้องรู้ไว้ คือฐานลูกค้ากับข้อมูลการขายอยู่บนแพลตฟอร์มที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าเพจโดนระงับ ทุกอย่างหยุดพร้อมกัน
ร้านที่ขายมาสักพักแล้วส่วนใหญ่จึงเลือกทางกลาง คือใช้เพจเป็นช่องทางปิดการขายหลัก แล้วเปิด marketplace เพิ่มเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งพอทำแบบนั้นก็ต้องมีที่รวมออเดอร์กับสต๊อกเข้าด้วยกัน ไม่งั้นจะกลายเป็นเปิดสองแอปแล้วนับของสองรอบ
FAQ
Q: ระบบขายของ Facebook มีอะไรบ้าง?
A: แบ่งเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือเครื่องมือของ Facebook เอง ได้แก่ เพจ Marketplace Shop บนเพจ Messenger และ Facebook Live ชั้นที่สองคือระบบหลังบ้านจากผู้ให้บริการภายนอก ที่รับช่วงต่อเรื่องออเดอร์ สต๊อก ขนส่ง และการปิดยอด ซึ่ง Facebook ไม่มีให้
Q: Facebook มีระบบจัดการออเดอร์ให้ในตัวไหม?
A: ไม่มีในแบบที่ร้านออนไลน์ต้องใช้จริง Facebook ช่วยให้คนเห็นของและทักมาคุยได้ แต่ไม่ได้บันทึกออเดอร์ ไม่ตัดสต๊อก ไม่เรียกขนส่ง และไม่ตามยอดเงินปลายทางให้ งานพวกนี้ต้องทำเองหรือใช้ระบบหลังบ้านมาต่อ
Q: ระบบ CF ใน Facebook Live ทำงานยังไง?
A: ระบบจะอ่านคอมเมนต์ระหว่างไลฟ์ พอเจอคำที่ตั้งไว้เช่น CF ตามด้วยรหัสสินค้า ก็จะสร้างออเดอร์ให้อัตโนมัติแล้วทักไปหาลูกค้าเพื่อยืนยันที่อยู่ ช่วยตอนคอมเมนต์วิ่งเร็วจนคนจดไม่ทัน
Q: ขายในเฟสอย่างเดียวพอไหม?
A: พอสำหรับร้านที่ยังไม่ใหญ่และปิดการขายในแชทได้ดี แต่ความเสี่ยงคือฐานลูกค้ากับข้อมูลการขายอยู่บนแพลตฟอร์มที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าเพจโดนระงับก็หยุดทั้งร้าน หลายร้านจึงเปิดช่องทางที่สองไว้กระจายความเสี่ยง
Q: Marketplace กับ Shop บนเพจ ต่างกันยังไง?
A: Marketplace เป็นประกาศขายรายชิ้นที่คนในพื้นที่ใกล้เคียงเห็นง่าย เหมาะกับของมือสองหรือของที่นัดรับ ส่วน Shop บนเพจเป็นแคตตาล็อกที่ติดอยู่กับเพจร้าน ให้ลูกค้ากดดูสินค้าทั้งหมดได้โดยไม่ต้องเลื่อนหาในโพสต์เก่า
Q: ต้องมีระบบหลังบ้านตั้งแต่เริ่มขายเลยไหม?
A: ไม่ต้อง ช่วงแรกที่ออเดอร์ยังน้อยและขายช่องทางเดียว จดใน Excel ก่อนก็ยังไหว จุดที่ควรเริ่มมองหาคือตอนที่ตอบไม่ได้ทันทีว่าของเหลือเท่าไหร่ หรือตอนเปิดช่องทางที่สองแล้วสต๊อกเริ่มชนกัน
Q: ยิงแอดแล้วขายไม่ได้ ระบบหลังบ้านช่วยได้ไหม?
A: ไม่ช่วย เพราะเป็นคนละปัญหากัน ยิงแอดแล้วขายไม่ได้คือปัญหาชั้นแรก ต้องแก้ที่สินค้า ราคา คอนเทนต์ หรือกลุ่มเป้าหมาย ระบบหลังบ้านช่วยตอนของขายได้แล้วแต่จัดการไม่ทันเท่านั้น
Q: ขายทั้งเพจและ Shopee พร้อมกัน สต๊อกจะชนกันไหม?
A: ชนแน่ถ้าไม่มีที่รวม เพราะแต่ละช่องทางนับสต๊อกของตัวเอง วิธีแก้คือใช้ระบบที่ตัดสต๊อกจากก้อนเดียวกันทุกช่องทาง และต้องตั้ง SKU ของสินค้าชิ้นเดียวกันให้ตรงกันทุกที่ก่อนเชื่อมระบบ
สรุป
Facebook ให้เครื่องมือสำหรับ 'หาลูกค้า' มาครบพอสมควร แต่ไม่ได้ให้เครื่องมือสำหรับ 'จัดการหลังขายได้' มาด้วย ซึ่งเป็นคนละงานกันคนละชั้น
ก่อนจะไปหาระบบมาใช้ ให้ดูก่อนว่าปัญหาจริงอยู่ชั้นไหน ถ้าคนยังไม่เห็นของเรา ระบบไม่ช่วย แต่ถ้าของขายได้แล้วและเริ่มจัดการไม่ทัน ตรงนั้นแหละที่ระบบคุ้ม ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เริ่มจากรวมแชทให้อยู่ที่เดียวก่อนก็ได้
Seller Pao รวมแชทจากเพจ Facebook, LINE OA และ marketplace ไว้หน้าจอเดียว เก็บออเดอร์จากคอมเมนต์ไลฟ์อัตโนมัติ แล้วตัดสต๊อกจากก้อนเดียวกันทุกช่องทาง
[เริ่มใช้ Seller Pao ฟรี](https://sellerpao.com) แผน Free 0 บาทต่อเดือนแบบถาวร
