Back to all posts

Dropshipping คืออะไร เริ่มยังไง ขายได้จริงไหม

Seller Pao··

เคยไหมที่เห็นร้านค้าออนไลน์ขายของวันละหลายสิบออเดอร์ แต่ไม่เห็นมีโกดัง ไม่เห็นสต๊อกของกองอยู่ที่บ้าน ส่งของก็ไม่ได้ส่งเอง แถมบอกว่าลงทุนหลักพันบาท

ถ้าคุณกำลังสงสัยแบบนี้ สิ่งที่ร้านเหล่านั้นทำคือ Dropshipping โมเดลขายของที่กำลังฮิตในหมู่มือใหม่ เพราะไม่ต้องซื้อสต๊อก ไม่ต้องเช่าโกดัง ไม่ต้องแพ็กของเอง บทความนี้จะพาไปดูว่า Dropshipping คืออะไร ทำงานยังไง และมีตัวเลขอะไรต้องคิดก่อนเริ่ม

Dropshipping คืออะไร

Dropshipping คือวิธีขายสินค้าแบบร้านไม่ต้องเก็บสต๊อกเอง เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ ร้านส่งออเดอร์ต่อให้ซัพพลายเออร์หรือโรงงานเป็นคนแพ็กและจัดส่งตรงถึงมือลูกค้า ร้านทำหน้าที่รับออเดอร์ ตั้งราคา และดูแลลูกค้าเท่านั้น ไม่เคยแตะต้องสินค้าสักชิ้น

พูดง่ายๆ ก็คือคุณเป็นคนกลางรับออเดอร์แล้วส่งต่อ ส่วนต่างที่ได้คือกำไร สมมติซัพพลายเออร์ขายส่งชิ้นละ 100 บาท คุณตั้งขาย 190 บาท มีคนสั่ง 1 ใบ คุณส่งออเดอร์ไปให้ซัพพลายเออร์ เขาส่งของให้ลูกค้า แล้วคุณเก็บกำไร 90 บาทต่อชิ้น

วงจรออเดอร์ 1 ใบทำงานยังไง

  1. ลูกค้าสั่งซื้อและชำระเงินที่ร้านของคุณ
  2. ระบบส่งออเดอร์ไปให้ซัพพลายเออร์พร้อมค่าสินค้า
  3. ซัพพลายเออร์แพ็กของและส่งตรงถึงลูกค้า
  4. ลูกค้าได้รับของ และกำไรส่วนต่างเข้าบัญชีคุณ

ทั้งวงจรนี้ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการส่งต่อออเดอร์ แต่ของถึงมือลูกค้าใช้เวลา 3-7 วันทำการ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ Dropshipping นิยม

โมเดลนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากเว็บขายของต่างประเทศที่ให้ร้านค้าทั่วโลกเชื่อมต่อสินค้ากับซัพพลายเออร์ได้ในคลิกเดียว จุดที่ทำให้คนแห่มาลองคือเงินเริ่มต้นต่ำมาก

เทียบง่ายๆ ถ้าขายแบบสต๊อกเอง สินค้า 50 รายการ รายการละ 200 บาท ต้องใช้เงินทุน 10,000 บาทขึ้นไป แต่ Dropshipping เริ่มต้นด้วยเงินหลักพันบาทหรือแทบไม่ต้องใช้เงินเลยก็ขายได้

ข้อดีของ Dropshipping ที่พูดถึงกันบ่อย

  • เริ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนสต๊อก ไม่ต้องเช่าโกดัง ไม่เสี่ยงของค้าง
  • ไม่ต้องแพ็กของเอง ประหยัดเวลาและแรงคน
  • ทดสอบสินค้าใหม่ได้ไว ลองขายแล้วไม่ดีก็เปลี่ยนตัวใหม่ได้ทันที
  • ขยายสินค้าได้เยอะโดยไม่เพิ่มภาระการเก็บของ

ข้อดีเหล่านี้เหมาะกับคนที่อยากลองขายของออนไลน์ด้วยทุนน้อย และเหมาะกับการทดสอบตลาดก่อนสต๊อกจริง เพราะสินค้าไม่ขายก็แค่เปลี่ยนตัวใหม่

ข้อเสียที่หลายคนข้ามไปก่อนเริ่ม

จุดอ่อนของ Dropshipping ไม่ได้อยู่ที่ตัวโมเดล แต่อยู่ที่การควบคุม กำไรต่อชิ้นมักบางกว่าขายแบบสต๊อกเอง เพราะซัพพลายเออร์คิดราคาส่งใกล้เคียงกัน คุณแข่งได้แค่ราคาขาย ไม่ได้ต่อรองต้นทุนจากการซื้อจำนวนมาก

อีกเรื่องคือคุณควบคุมคุณภาพและความเร็วในการส่งไม่ได้เต็มที่ ถ้าซัพพลายเออร์ส่งช้า สินค้าแตก หรือส่งผิดไซซ์ ลูกค้ารู้จักแต่ร้านคุณ และเป็นร้านคุณที่โดนรีวิว 1 ดาว

ตัวเลขที่ต้องคิดก่อนตั้งราคา

การตั้งราคา Dropshipping ไม่ใช่แค่ต้นทุนบวกกำไร ต้องหักค่าใช้จ่ายแฝงให้ครบ ตัวอย่างออเดอร์ 1 ใบมูลค่า 500 บาท

รายการจำนวนเงิน
ราคาขาย500 บาท
ต้นทุนสินค้า-260 บาท
ค่าธรรมเนียม COD 2-3%-10 ถึง -15 บาท
ค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อออเดอร์-60 บาท
กำไรจริงที่เหลือ165-170 บาท

ถ้าไม่คิดค่าโฆษณาและค่าธรรมเนียมช่องทาง กำไรในกระดาษจะดูสวยกว่าความจริงมาก และถ้ายอดขายรวมต่อปีเกิน 1.8 ล้านบาท ร้านต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน แล้วบวก VAT 7% ให้ถูกต้อง

ถ้าสั่งของจากจีน ต้องบวกค่าขนส่งและภาษีนำเข้าเข้าไปอีก

ตารางข้างบนคิดจากซัพพลายเออร์ในไทย ถ้าสั่งจากจีนมีต้นทุนเพิ่มอีกสองก้อน

ก้อนแรกคือค่าขนส่งข้ามประเทศ ทางเรือใช้เวลาประมาณ 7-20 วัน ค่าส่งราว 150-300 บาทต่อกิโลกรัม ทางอากาศเร็วกว่า ประมาณ 3-7 วัน แต่ค่าส่งขึ้นไปราว 300-600 บาทต่อกิโลกรัม ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นค่าประมาณ เปลี่ยนได้ตามผู้ให้บริการ ขนาดกล่อง และช่วงเวลาของปี ถ้าสินค้าน้ำหนักเบาแต่ราคาขายต่ำ ค่าส่งก้อนเดียวก็กินกำไรหมดได้

ก้อนที่สองคือภาษีนำเข้า และเรื่องนี้เปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2569 ไทยยกเลิกการยกเว้นอากรสำหรับสินค้านำเข้าราคาต่ำ ของที่เมื่อก่อนผ่านเข้ามาได้เพราะมูลค่าไม่ถึงเกณฑ์ยกเว้น ตอนนี้ต้องผ่านพิธีการศุลกากรตามปกติทุกชิ้น อัตราที่เก็บขึ้นกับประเภทสินค้า ผลที่ตามมาคือต้นทุนของถึงมือสูงขึ้นกว่าเดิม ใครที่ยังใช้ตัวเลขต้นทุนชุดเก่าจากปีก่อนมาตั้งราคา ควรกลับไปคิดตารางใหม่ทั้งใบ เพราะกำไรต่อชิ้นไม่เท่าเดิมแล้ว

เริ่ม Dropshipping ยังไงให้รอด

  • เลือกสินค้าที่หาแหล่งได้มั่นคงและมีคนค้นหาจริง
  • ทดลองสั่งสินค้ามาดูคุณภาพก่อนขาย และทำทุกครั้งที่เปลี่ยนซัพพลายเออร์
  • ตั้งราคาให้เหลือกำไรหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าโฆษณา
  • เปิดช่องทางขายที่กลุ่มเป้าหมายอยู่จริง
  • ตอบแชทลูกค้าให้เร็ว เพราะความเชื่อใจคือทุกอย่างของโมเดลนี้

เลือกซัพพลายเออร์ยังไงไม่ให้เจอของหาย

ลองสั่งสินค้าตัวเองก่อนขายจริง ดูเวลาส่ง การแพ็ก และการติดตามพัสดุ ซัพพลายเออร์ที่ตอบแชทช้าหรือมีประวัติส่งของหาย ควรตัดทิ้งตั้งแต่แรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของมือใหม่

มือใหม่ส่วนใหญ่เจ๊งกับ Dropshipping เพราะ 3 เรื่องเดิมๆ คือ เลือกสินค้าตามกระแสโดยไม่ได้เช็กซัพพลายเออร์ สั่งของจากซัพพลายเออร์ที่ไม่มีประวัติส่งจริง และตั้งราคาโดยลืมค่าธรรมเนียมแฝง

อีกอย่างที่เจอบ่อยคือไม่แจ้งระยะเวลาส่งให้ลูกค้าทราบ รับเงินแล้วของมา 10 วัน ลูกค้าถามตลอด สุดท้ายยกเลิกออเดอร์ ยิ่งขายผ่าน COD ยิ่งเสี่ยง เพราะพนักงานส่งไม่รับเงินก็คือเสียออเดอร์ฟรี

Dropshipping เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร

เหมาะกับยังไม่เหมาะกับ
มือใหม่ที่อยากทดลองตลาดด้วยทุนน้อยร้านที่ต้องการควบคุมคุณภาพสินค้าเข้มงวด
ร้านที่ทดสอบสินค้าใหม่ก่อนสั่งสต๊อกจริงธุรกิจที่สัญญากับลูกค้าเรื่องเวลาส่งแน่นอน
คนที่อยากสร้างแบรนด์โดยเริ่มจากสินค้าตัวเดียวร้านที่ขายสินค้าเน่าเสียหรือแตกหักง่าย

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนจาก Dropshipping เป็นสต๊อกเอง

ถ้าขายจริงจังระยะยาว การมีสต๊อกเองจะควบคุมกำไรและคุณภาพได้ดีกว่า เพราะซื้อทีละมากๆ ได้ราคาถูกลง ส่งของได้ไวขึ้น สัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนคือสินค้าบางตัวขายดีต่อเนื่องเกิน 3 เดือน และออเดอร์ต่อวันมากจนแพ็กเองไม่ไหว

ระบบที่คนทำ Dropshipping ต้องมี

หัวข้อก่อนหน้าพูดถึงโมเดลและตัวเลข ส่วนนี้พูดถึงเครื่องมือ เพราะคนที่เลิกทำ Dropshipping กลางทางส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะหาสินค้าไม่ได้ แต่แพ้เพราะจัดการออเดอร์ไม่ทัน

ความยากอยู่ที่ของไม่ได้อยู่กับเรา สต๊อกที่เห็นเป็นของซัพพลายเออร์ ซึ่งเปลี่ยนได้ตลอดโดยเราไม่รู้ตัว พอลูกค้าสั่งแล้วของหมดที่ต้นทาง คนที่ต้องไปขอโทษลูกค้าคือเรา งานที่ควรมีระบบช่วยมี 4 อย่าง

  • อัปเดตสต๊อกจากซัพพลายเออร์ ถ้าเขาส่งไฟล์รายการสินค้ามาให้เป็นรอบ ควรนำเข้าแล้วอัปเดตยอดทีเดียว ไม่ใช่ไล่แก้ทีละตัว ถ้าเชื่อมข้อมูลอัตโนมัติได้ยิ่งดี
  • ส่งออเดอร์ต่อให้ซัพพลายเออร์ ทุกออเดอร์ต้องส่งต่อพร้อมที่อยู่ลูกค้าที่ถูกต้อง จุดที่พลาดบ่อยคือพิมพ์ที่อยู่ต่อเองแล้วคัดลอกผิด เลี่ยงได้ด้วยการให้ระบบส่งข้อมูลชุดเดียวกันออกไป
  • ดึงเลขพัสดุกลับมาผูกกับออเดอร์เดิม ลูกค้าไม่สนใจว่าใครเป็นคนส่ง เขาถามร้านเราคนเดียว มีเลขพัสดุอยู่ในออเดอร์ช่วยลดงานตอบแชทได้เยอะ
  • คิดกำไรจริงต่อชิ้น ราคาที่ซัพพลายเออร์คิดกับราคาที่เราขายต่างกันไม่มาก พอหักค่าธรรมเนียมช่องทาง ค่าส่ง และค่าธรรมเนียมเก็บเงินปลายทาง กำไรที่เหลือบางกว่าที่คิดเสมอ ระบบที่บันทึกต้นทุนต่อชิ้นไว้จะบอกได้ทันทีว่าสินค้าตัวไหนขายแล้วไม่คุ้ม

เพิ่งเริ่มและมีสินค้าไม่กี่ตัว ทำใน Excel ก่อนก็ยังไหว จุดที่ควรหาระบบมาช่วยคือตอนมีซัพพลายเออร์มากกว่าหนึ่งเจ้า หรือขายหลายช่องทางพร้อมกัน เพราะจำนวนจุดที่ข้อมูลจะเพี้ยนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

สรุป

Dropshipping เป็นวิธีเริ่มต้นที่ใช้ทุนน้อยจริง แต่ไม่ใช่ทางลัดรวยเร็ว ต้องเลือกซัพพลายเออร์ดี ตั้งราคาให้คิดค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง และภาษีนำเข้าครบ และบริหารความคาดหวังลูกค้าให้ชัดเจน ถ้าขยายตัวแล้วควรเปลี่ยนมาสต๊อกเองเพื่อกำไรที่มากกว่า

อ้างอิง: เกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม, กรมสรรพากร (rd.go.th) · การยกเลิกการยกเว้นอากรสินค้านำเข้าราคาต่ำ, กรมศุลกากร (customs.go.th)

อ่านเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง: ขายของออนไลน์โดยไม่สต๊อกสินค้า ทำยังไง ขายได้จริงไหม · ขายของออนไลน์ไปต่างประเทศ ทำยังไง เริ่มจากตรงไหน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Dropshipping กับขายแบบไม่สต๊อกต่างกันไหม

ตอบ: แทบเป็นเรื่องเดียวกัน คือขายโดยไม่เก็บของเอง แล้วส่งต่อออเดอร์ให้ซัพพลายเออร์จัดส่ง ความต่างอยู่ที่รายละเอียด เช่น ใครรับผิดชอบของเสียหายระหว่างทาง ซึ่งต้องตกลงกันให้ชัดเจนก่อน

Dropshipping กำไรดีไหม

ตอบ: กำไรต่อชิ้นบางกว่า เฉลี่ย 10-25% ต่อชิ้น แต่ไม่ต้องแบกต้นทุนสต๊อกและความเสี่ยงของค้าง เหมาะกับการเริ่มต้นและทดสอบตลาดมากกว่าการทำกำไรสูงสุด

ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงเริ่ม Dropshipping ได้

ตอบ: เริ่มได้ด้วยเงินหลักพันบาท เพราะจ่ายค่าสินค้าเฉพาะเมื่อมีออเดอร์จริง แต่ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าโฆษณา เพราะสินค้าที่ไม่มีคนเห็นก็ไม่มีคนซื้อ

Dropshipping ผิดกฎหมายไหม

ตอบ: ไม่ผิดกฎหมาย เป็นโมเดลการค้าที่ถูกต้องตามปกติ แต่ถ้ายอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าอย่างถูกต้อง

เลือกสินค้าอะไรดีสำหรับมือใหม่

ตอบ: เลือกสินค้าที่น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย ไม่เน่าเสีย และมีซัพพลายเออร์หลายรายให้เทียบราคา สินค้าแฟชั่น เคสโทรศัพท์ และของใช้ในบ้านเป็นกลุ่มที่เริ่มง่าย

ร้านขายของอยู่แล้วจะใช้ Dropshipping เสริมได้ไหม

ตอบ: ได้ ร้านที่ขายสต๊อกเองอยู่แล้วใช้ Dropshipping เสริมสินค้าที่อยากทดสอบได้ แต่ต้องแยกบัญชีต้นทุนและสต๊อกให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ตัวเลขกำไรปนกัน

---
Seller Pao รองรับทั้งขายแบบสต๊อกเองและแบบส่งต่อออเดอร์ให้ซัพพลายเออร์ แผนฟรี 0 บาท / Growth 590 / Pro 1,490 บาทต่อเดือน รายปีลด 17% เริ่มใช้ฟรี 0 บาทได้เลย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

Dropshipping คืออะไร เริ่มยังไง ขายได้จริงไหม | Seller Pao