กลับไปบทความทั้งหมด

สต๊อกสินค้า คืออะไร วิธีทำอย่างถูกต้องสำหรับร้านทุกระดับ

Seller Pao·

เคยไหม สั่งของขายจนยุ่งไปหมด พอลูกค้าถามว่าสินค้ายังมีไหม ต้องวิ่งไปนับในกองของทุกครั้ง แล้วสุดท้ายก็ขายเกิน ขายขาด หรือของหายไปเฉยๆ ตัวเลขในใจกับของจริงไม่เคยตรงกันสักที ปัญหาพวกนี้แก้ได้ด้วยการทำสต๊อกสินค้าให้เป็นระบบ

หลายคนคิดว่าสต๊อกสินค้าเป็นเรื่องของคลังใหญ่ๆ หรือร้านที่มีพนักงานเป็นสิบเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วร้านเล็กยิ่งต้องรู้จำนวนของที่แท้จริง เพราะต่อให้ขายได้แค่ 20-30 ออเดอร์ต่อวัน ถ้าสต๊อกมั่ว ของหายหรือขายเกินก็เสียทั้งเงินทั้งลูกค้าเหมือนกัน

บทความนี้จะอธิบายให้ฟังว่าสต๊อกสินค้าคืออะไร ทำไมต้องทำ วิธีทำที่ถูกต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง และระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติช่วยอะไรได้จริง

สต๊อกสินค้า คืออะไร

สต๊อกสินค้า คือการบันทึกและติดตามจำนวนสินค้าที่มีอยู่ในมือ ตั้งแต่ของเข้าร้าน ของที่ขายออก ของที่คืน ของที่เสียหาย ไปจนถึงของที่กำลังจะหมด เพื่อให้รู้ตลอดเวลาว่ามีสินค้าอะไรอยู่เท่าไหร่

ยิ่งร้านขายหลายช่องทาง ยิ่งต้องมีระบบกลางที่ทุกช่องทางดึงข้อมูลเดียวกัน เพราะถ้าแต่ละช่องทางนับของแยกกัน ยอดจะไม่ตรงกันเสมอ เช่น ขายหน้าร้านไป 5 ชิ้นแล้วออนไลน์ยังโชว์ว่ามีอยู่ 10 ชิ้น ลูกค้าสั่งซื้อแล้วก็ต้องขอโทษว่าของหมด

ทำไมร้านค้าต้องมีสต๊อก

ร้านที่ไม่มีสต๊อกเป็นระบบจะเจอ 3 ปัญหาหลัก ที่แต่ละปัญหาทำเงินหายเงียบๆ

  1. ขายเกิน (Oversell) — ลูกค้าสั่งแล้วไม่มีของส่ง ต้องคืนเงิน เสียค่าส่ง เสียลูกค้า และเสี่ยงโดนรีวิวไม่ดี
  2. ขายขาด (Understock) — ของมีอยู่แต่ระบบบอกว่าไม่มี เสียโอกาสขาย เสียลูกค้าไปฟรีๆ
  3. สต๊อกไม่ตรง (Stock Mismatch) — ของจริงกับตัวเลขไม่เท่ากัน นับสต๊อกทีปวดหัว และไม่รู้ว่าของหายตอนไหน

ลองคิดเป็นตัวเลข ร้านที่ขายวันละ 50 ออเดอร์ ถ้าสต๊อกมั่วจนต้องคืนเงินลูกค้าเดือนละ 10 ออเดอร์ ออเดอร์ละ 300 บาท ก็เสียเงิน 3,000 บาทต่อเดือนโดยไม่รู้ตัว แถมยังไม่นับรีวิวไม่ดีที่ตามมา

วิธีทำสต๊อกสินค้าให้ถูกต้อง

การทำสต๊อกให้ถูกต้องมี 5 ขั้นตอน ทำตามได้เลย

  1. ตั้งรหัสสินค้าและชื่อให้ชัดเจนทีละตัว เช่น BG01 กระเป๋าหนังแท้ สีดำ เพื่อไม่ให้สินค้าตัวเดียวกันกลายเป็นหลายรายการ
  2. บันทึกสินค้าเข้าทุกครั้งที่รับของ ใส่จำนวน ราคา และวันที่รับ
  3. ตัดสต๊อกทุกครั้งที่ขายออก ไม่ว่าจะขายช่องทางไหน
  4. บันทึกของที่คืน ของเสียหาย และของที่ใช้ภายในร้าน แยกออกจากยอดขาย
  5. นับสต๊อกจริงเทียบกับระบบเป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นเดือน แล้วปรับตัวเลขให้ตรง

การนับสต๊อกจริงทำยังไง

การนับสต๊อกจริง (Stock Take) คือการนับของจริงในคลังทีละตัว แล้วเทียบกับตัวเลขในระบบ ถ้าต่างกันต้องหาสาเหตุให้เจอ ไม่ใช่ปรับตัวเลขให้ตรงแล้วจบ

วิธีที่ใช้ได้จริงสำหรับร้านเล็กคือ นับทีละหมวดสินค้าในวันที่มีออเดอร์น้อย เช่น วันจันทร์นับหมวดกระเป๋า วันอังคารนับหมวดเสื้อผ้า เพื่อไม่ให้กระทบงานขาย ถ้านับทั้งร้านทีเดียวในคืนเดียว ควรมีอย่างน้อย 2 คน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่น่าเชื่อถือ

ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติช่วยอะไร

เมื่อขายของบน Shopee, Lazada, TikTok Shop พร้อมกันหลายช่องทาง ระบบหลังบ้านจะตัดสต๊อกกลางให้อัตโนมัติ ขายช่องไหนก็ตัดจากก้อนเดียวกัน ทำให้จำนวนคงเหลือแม่นยำตลอดเวลา ไม่ต้องมานั่งอัปเดตเองทีละแพลตฟอร์ม

งานทำด้วยมือระบบตัดอัตโนมัติ
ตัดสต๊อกหลังขายกรอกเองทุกออเดอร์ พลาดง่ายตัดให้ทันทีทุกช่องทาง
อัปเดตหลายแพลตฟอร์มไล่แก้ทีละแอป ยอดไม่ตรงกันก้อนเดียวทั้งระบบ ตรงเสมอ
แจ้งเตือนของใกล้หมดไม่มี ต้องไล่เช็กเองแจ้งอัตโนมัติเมื่อถึงจุดที่ตั้งไว้
เวลาที่ใช้ต่อวัน1-2 ชั่วโมงน้อยกว่า 10 นาที

ประโยชน์ที่เห็นชัดคือไม่ขายเกินอีกต่อไป เพราะเมื่อของเหลือถึงจำนวนที่ตั้งไว้ ระบบจะแจ้งเตือนหรือตั้งให้หยุดขายอัตโนมัติได้ และเวลารับของใหม่ก็แค่บันทึกจำนวนรับเข้า ระบบจะรวมยอดให้เอง สต๊อกที่เคยใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงต่อวันในการจัดการ เหลือไม่ถึง 10 นาที

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตั้งรหัสสินค้า ชื่อสินค้าพิมพ์ไม่เหมือนกัน สต๊อกแยกกระจัดกระจาย
  • บันทึกสินค้าเข้าช้า รอรับของครบทีหลัง ทำให้สต๊อกขาดช่วง
  • ไม่นับสต๊อกจริงเลย เชื่อตัวเลขในระบบลอยๆ ทั้งที่ของหายไปแล้ว
  • ขายหลายช่องทางแต่จัดการสต๊อกทีละแพลตฟอร์ม ยอดไม่ตรงกันตลอด
  • ไม่ตั้งจุดสั่งซื้อซ้ำ รอของหมดแล้วค่อยสั่ง เสียยอดขายช่วงของขาด

สรุป

สต๊อกสินค้าคือหัวใจของร้านค้าออนไลน์ ทำเป็นระบบตั้งแต่แรก จะประหยัดทั้งเวลาและเงินที่เสียไปกับของหายหรือขายเกิน เริ่มจากตั้งรหัสสินค้า บันทึกเข้าออกให้ครบ นับจริงเป็นรอบ แล้วค่อยขยับมาใช้ระบบที่ตัดอัตโนมัติเมื่อร้านโต ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดถ้าเริ่มจากก้าวแรก

อ่านเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง: สต๊อกติดลบ เกิดจากอะไร วิธีแก้ · หลายคลัง ฝากขาย โอนสต๊อก · เร่งความเร็วการแพ็ก

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สต๊อกสินค้ากับคลังสินค้าต่างกันยังไง

ตอบ: สต๊อกคือจำนวนสินค้าที่มีในมือ ส่วนคลังคือสถานที่เก็บและระบบจัดการทั้งกระบวนการรับ จ่าย และเก็บสินค้า ร้านเล็กอาจมีสต๊อกแต่ไม่มีคลังเป็นทางการ เก็บของในบ้านหรือห้องเช่าเล็กๆ ก็ได้

ร้านเล็กต้องทำสต๊อกไหม

ตอบ: ต้องทำ ยิ่งร้านเล็กยิ่งต้องรู้จำนวนที่แท้จริง จะได้ไม่สั่งของเกินจนเงินจมกับสต๊อก หรือสั่งขาดจนขายไม่ได้ ช่วงเริ่มต้นใช้ Excel หรือสมุดจดก็ได้ ขอแค่บันทึกให้สม่ำเสมอ

นับสต๊อกจริงบ่อยแค่ไหนถึงจะพอ

ตอบ: ร้านที่ขายออนไลน์หลายช่องทางแนะนำนับเดือนละครั้ง ส่วนร้านที่มีสินค้าหมุนเวียนเร็วหรือมีของเสียหายบ่อย ควรนับทุกสัปดาห์หรือทุก 2 สัปดาห์ ยิ่งสต๊อกแม่นยำ ตัวเลขที่เอาไปตัดสินใจสั่งซื้อก็ยิ่งน่าเชื่อถือ

สต๊อกไม่ตรงต้องแก้ยังไง

ตอบ: นับของจริงทั้งหมด ปรับตัวเลขในระบบให้ตรง แล้วหาสาเหตุว่ามาจากกรอกลืม ของเสียหาย หรือขโมย จากนั้นป้องกันที่ต้นเหตุ เช่น กำหนดให้กรอกทันทีหลังขาย หรือใช้ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติ

ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติแพงไหม

ตอบ: ไม่แพงอย่างที่คิด หลายระบบมีแผนฟรีสำหรับร้านเล็ก พอออเดอร์เยอะขึ้นค่อยอัปเกรดเป็นแผนรายเดือน ซึ่งยังถูกกว่าความเสียหายจากขายเกินหรือสต๊อกมั่วหลายเท่า

จะรู้ได้ยังไงว่าควรสั่งของเพิ่มเมื่อไหร่

ตอบ: ตั้งจุดสั่งซื้อซ้ำโดยดูจากยอดขายเฉลี่ยต่อวันคูณจำนวนวันที่ใช้ส่งของมาถึง เช่น ขายวันละ 5 ชิ้น ส่งของใช้ 7 วัน ควรสั่งเมื่อของเหลือ 35 ชิ้นขึ้นไป ระบบสต๊อกที่ดีจะช่วยตั้งการแจ้งเตือนตรงนี้ได้

---
Seller Pao ตัดสต๊อกกลางอัตโนมัติทุกช่องทาง เชื่อม Shopee, Lazada และ TikTok Shop ได้ แผน Free เริ่มที่ 0 บาท เริ่มใช้ฟรี 0 บาทได้เลย ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต