กลับไปบทความทั้งหมด

Shopify คืออะไร เหมาะกับร้านไทยไหม ปี 2569 เทียบกับ Shopee-Lazada ฉบับมีตัวเลข

Seller Pao·

Shopify คือแพลตฟอร์มให้เช่าใช้ระบบเว็บร้านค้าออนไลน์ครบวงจร เปิดร้านเองได้ในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องเขียนโค้ด แต่สำหรับร้านไทยต้องรู้ก่อนตัดสินใจ: ยังไม่มีระบบชำระเงินในไทย ต้องต่อเกตเวย์ท้องถิ่นเอง และที่สำคัญคือไม่มีคนเดินห้างให้ ต้องหาลูกค้าเอง

Shopify คืออะไร ไม่ใช่แค่ "เว็บสำเร็จรูป"

พูดให้เข้าใจง่าย Shopify คือระบบให้เช่าใช้ เราไม่ต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องจ้างโปรแกรมเมอร์ ไม่ต้องดูแลความปลอดภัยของเว็บเอง จ่ายรายเดือนแล้วได้ทุกอย่างครบในที่เดียว ตั้งแต่หน้าร้าน ระบบรับออเดอร์ จัดการสต๊อก ออกรายงาน ไปจนถึงระบบคิดเงิน เหลือแค่ใส่สินค้าแล้วเปิดขาย

จุดเริ่มต้นตลกดี ราวปี 2004 เจ้าของร้านสโนว์บอร์ดเขียนระบบร้านค้าให้ตัวเองใช้ เพราะซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ตอนนั้นใช้ยากและแพง พอใช้ไปพบว่าคนอื่นอยากใช้ด้วย ก็พัฒนาต่อจนเปิดเป็น Shopify ในปี 2006 ตอนนี้โตจนรายได้ปี 2025 อยู่ที่ 11,560 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4 แสนล้านบาท (อ้างอิง: deeboon.co.th)

แต่ที่คนไทยเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่า Shopify เหมือน Shopee หรือ Lazada ความจริงคนละโลกเลย Shopify ไม่ใช่ห้าง ไม่มีคนเดินผ่าน ไม่มีปุ่มช่วยโปรโมตสินค้า มันคือหน้าร้านของเราเองที่ต้องพาลูกค้าเข้ามาเอง สิ่งที่ได้แลกมาคือความเป็นเจ้าของ ชื่อโดเมนเป็นของเรา ข้อมูลลูกค้าอยู่กับเรา ต่อให้แพลตฟอร์มเปลี่ยนนโยบายยังไง เราก็ไม่เสียร้าน

เรื่องภาษาไม่ต้องห่วง ตอนนี้มีเว็บภาษาไทยทางการที่ shopify.com/th ระบบหลังบ้านเลือกภาษาไทยได้ และตั้งสกุลเงินร้านเป็นบาท (THB) ได้ ตามรายชื่อสกุลเงินที่ Shopify รองรับ

ร้านไทยแบบไหนเหมาะกับ Shopify แบบไหนยังไม่ควร

ตอบตรงๆ ว่า Shopify ไม่เหมาะกับทุกคน และไม่เหมาะกับทุกช่วงเวลา ร้านที่เหมาะมีลักษณะแบบนี้

เหมาะแล้วจริงๆ เมื่อมีแบรนด์หรือสินค้าเป็นของตัวเองและขายดีในมาร์เก็ตเพลสแล้ว อยากมีเว็บเป็นของตัวเองอีกช่อง ขายสินค้าหมวดที่มาร์เก็ตเพลสเก็บค่าคอมแพง เช่น แฟชั่น เสื้อผ้า ซึ่ง Shopee เก็บค่าธรรมเนียมการขายสูงสุด 14.98% รวม VAT แล้ว (ประกาศที่มีผล 1 มิ.ย. 2569) อยากขายต่างประเทศ เพราะรองรับหลายสกุลเงิน และพร้อมลงทุนกับการหาลูกค้าทั้งโฆษณาและคอนเทนต์

ยังไม่ควร เมื่อยอดขายเดือนละไม่กี่พันบาท เพราะค่าระบบกับค่าธรรมเนียมจะกินกำไรจนหมด มีเคสจริงจากบล็อก visionxbrain เล่าว่าลูกค้าขายได้ไม่ถึงเดือนละหมื่น พอลง Shopify ค่าระบบกินกำไรหมด สุดท้ายเลิกใช้ไปเงียบๆ รวมถึงร้านที่เพิ่งเริ่ม ยังต้องพึ่งทราฟฟิกจากแพลตฟอร์ม หรือไม่มีเวลาทำการตลาด ปล่อยเว็บไว้เฉยๆ ไม่ต่างจากร้านที่ตั้งในซอยเปลี่ยว

จำประโยคนี้ไว้ได้เลย "แพลตฟอร์มที่ดีที่สุดไม่มีจริง มีแต่แพลตฟอร์มที่เหมาะกับจังหวะธุรกิจเรา" เลือกให้ตรงจังหวะสำคัญกว่าเลือกว่าอันไหนเวิร์ก

ค่าใช้จ่ายจริงปี 2569 สำหรับร้านไทย

ราคาแพ็กเกจล่าสุดจากเว็บทางการของ Shopify (ตรวจ 26 ส.ค. 2569) มี 4 ระดับ แผนกลางที่เคยชื่อ "Shopify" เปลี่ยนชื่อเป็น Grow ไปแล้ว

แพ็กเกจจ่ายรายเดือนจ่ายรายปี (ต่อเดือน)ค่าธรรมเนียมถ้าใช้เกตเวย์อื่น
Basic$25$192% ต่อธุรกรรม
Grow$65$491% ต่อธุรกรรม
Advanced$399$2990.6% ต่อธุรกรรม
Plusเริ่ม $2,300เริ่ม $2,3000.2% ต่อธุรกรรม

ทดลองใช้ 3 วันแรกฟรี ไม่ต้องกรอกบัตร จากนั้นจ่าย $1/เดือน 3 เดือนแรก ต่างจากข้อมูลเก่าที่หลายบล็อกยังเขียนว่า "ฟรี 14 วัน" ซึ่งไม่เป็นจริงแล้ว

ข้อควรรู้: ไทยไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่จ่ายค่าแพ็กเกจเป็นสกุลท้องถิ่น ตามหน้าการเรียกเก็บเงินของ Shopify หมายความว่าเราจ่ายเป็นดอลลาร์ คิดคร่าวๆ ตามเรต 35 บาทต่อดอลลาร์ Basic แบบรายเดือนตกเดือนละราว 875 บาท แบบรายปีเฉลี่ยราว 665 บาท (เรตเปลี่ยนทุกวัน คิดเผื่อไว้ด้วย)

มาถึงค่าใช้จ่ายที่คนไทยส่วนใหญ่ลืมคิด นั่นคือค่าชำระเงิน Shopify ยังไม่มีระบบ Shopify Payments ในไทย เพราะธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้การชำระเงินต้องผ่านธนาคารไทย เราจึงต้องต่อเกตเวย์ท้องถิ่นอย่าง Omise (OPN), 2C2P หรือ GB Prime Pay เข้าไปเอง ค่าเกตเวย์ไทยประมาณ 2.5–3.65% ต่อธุรกรรม เช่น Omise เก็บบัตรเครดิต 3.65% QR Code 1.8% (ข้อมูลจากบทความเปรียบเทียบเกตเวย์ไทยปี 2026) บวกกับค่าธรรมเนียมเกตเวย์อื่นของ Shopify อีก 2% สำหรับแพ็กเกจ Basic

รวมแล้วทุกครั้งที่ขายของได้บน Shopify โดนหักราว 4.5–6% ของยอดขาย แล้วค่อยไปหักค่าส่ง ค่าแพ็กเกจ ค่าโฆษณาอีกที ตัวเลขนี้คนขายมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึง

ส่วนเรื่องภาษี ร้านที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT เก็บภาษี 7% ถ้าขายบนเว็บตัวเอง ภาระทั้งหมดเป็นหน้าที่ร้านจัดการเอง ไม่มีแพลตฟอร์มคอยหักส่งให้

Shopify เทียบกับ Shopee-Lazada ใครเก็บเงินเรามากกว่ากัน

เริ่มจากตัวเลขฝั่งมาร์เก็ตเพลสก่อน ตามประกาศ Shopee ที่มีผล 1 มิ.ย. 2569 (รายงานโดย Thansettakij อัปเดต 4 มิ.ย. 2569)

  • ค่าธรรมเนียมการขาย: ร้านทั่วไป 7.49–14.98% รวม VAT แล้ว ขึ้นกับหมวดสินค้า ร้าน Mall 5.35–17.12%
  • ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน: 3% (รวม VAT เป็น 3.21%) ทุกช่องทาง
  • ค่าโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม: 1.07 บาทต่อออเดอร์ (ร้านที่มียอดสั่งซื้อไม่เกิน 100 รายการใน 30 วัน ได้ยกเว้น)
  • ถ้าเข้าร่วมโปรแกรมการตลาดอย่างส่งฟรี Xtra หรือ Coins Cashback จ่ายเพิ่มอีก 6.42–8.56%

ยังไม่จบแค่นั้น ตามข่าวมติชนวันที่ 2 พ.ค. 2569 ทั้ง Shopee และ Lazada ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอีกรอบ Shopee บางหมวดสูงสุด 17.12% รวม VAT ขณะที่ Lazada ใช้เรตใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2569 โดยร้าน LazMall จ่ายสูงสุด 14.5% เรียกได้ว่าคนขายบนมาร์เก็ตเพลสโดนหักหนักขึ้นทุกปี

เทียบเป็นตารางให้เห็นภาพชัดๆ

ประเด็นShopifyShopee / Lazada
ต้นทุนเริ่มต้น$19–25/เดือน (ราว 665–875 บาท)ฟรี ไม่มีค่าสมัคร
หักจากยอดขายเกตเวย์ 2.5–3.65% + ค่า Shopify 2% (Basic)ค่าขาย 7.49–14.98% + ค่าชำระเงิน 3.21% + 1.07 บาท/ออเดอร์
ทราฟฟิกต้องหาลูกค้าเองทั้งหมดแพลตฟอร์มส่งคนเดินห้างให้
เจ้าของลูกค้าเป็นของเรา ข้อมูลอยู่กับเราข้อมูลลูกค้าอยู่กับแพลตฟอร์ม
อิสระการออกแบบธีมสวย ปรับได้กว้างอยู่ในกรอบของแพลตฟอร์ม
เหมาะกับใครร้านมีแบรนด์ พร้อมลงทุนหาลูกค้ามือใหม่ อยากได้ยอดเร็ว

อ่านตารางแล้วจะเห็นว่ามันไม่ได้แข่งกันที่ "อันไหนดีกว่า" แต่แข่งกันที่ "เราอยู่จุดไหน" มาร์เก็ตเพลสเก็บเยอะแต่ส่งคนให้ ร้านบน Shopify ถ้าขายได้ยอดเท่ากันและหาลูกค้ามาเองได้ ค่าใช้จ่ายต่อยอดขายถูกกว่าเห็นๆ แต่ภาระการหาลูกค้าเป็นของเราเต็มๆ

ข้อดีข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนเปิดร้าน มุมคนไทย

ข้อดีคือเป็นเจ้าของเว็บและข้อมูลลูกค้าจริงๆ แบรนด์ไม่ถูกแพลตฟอร์มกัก ระบบหลังร้านครบ จัดการออเดอร์ สต๊อก รายงานยอดขายได้ในที่เดียว ธีมสวย หน้าตาเว็บลื่นไหลระดับที่ลูกค้าคุ้นเคย เพราะลูกค้าตอนนี้ชินกับประสบการณ์ระดับ Shopee แล้ว ถ้าเว็บช้าหรือซื้อของยาก เขาหนีไปซื้อที่อื่นในวินาทีเดียว อีกทั้งขายต่างประเทศได้ ตั้งสกุลเงินบาทได้ admin ใช้ภาษาไทยได้ และมี Shopify App Store ให้ต่อยอดระบบแทบไม่จำกัด

ข้อเสียคือไม่มีทราฟฟิก ต้องหาลูกค้าเอง ไม่งั้นเว็บสวยแต่ไม่มีคนเข้า ค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าที่คิด เพราะไม่มี Shopify Payments ในไทย โดนค่าธรรมเนียมเกตเวย์ซ้อนทับ จ่ายค่าแพ็กเกจเป็นดอลลาร์ ผันผวนตามเรตเงิน ธีมที่ซื้อมาแก้ลึกๆ ต้องจ้างนักพัฒนา และถ้าขายหลายช่องทางทั้ง Shopee, Lazada, LINE แล้วมาเปิดเว็บอีกช่อง ออเดอร์จะกระจัดกระจาย ต้องมีระบบรวมออเดอร์มาช่วย ไม่งั้นจดสต๊อกเองมึนแน่ ดูวิธีจัดการออเดอร์ข้ามช่องทางได้ที่ [ฟีเจอร์ของ sellerpao.com](https://www.sellerpao.com/features)

สรุป จะเอา Shopify หรืออยู่มาร์เก็ตเพลสดี

ลองถามตัวเอง 3 ข้อก่อนตัดสินใจ หนึ่ง ยอดขายเดือนนี้เกินหมื่นบาทหรือยัง สอง มีแบรนด์หรือสินค้าที่ต่างจากคู่แข่งไหม สาม มีเวลาทำคอนเทนต์และโฆษณาไหม

ถ้าตอบ "ยัง" ครบทุกข้อ อยู่มาร์เก็ตเพลสต่อไปก่อน ปล่อยให้แพลตฟอร์มหาเงินให้เรา แล้วค่อยเก็บกำไรไปลงทุนกับเว็บตอนพร้อม ถ้าตอบ "ได้" ครบ เปิด Shopify ได้เลย เริ่มที่ Basic ก่อน อย่าเพิ่งเสียเงินกับแพ็กเกจแพงๆ ค่อยอัปเกรดเมื่อยอดโต

ทิ้งท้ายอีกหนึ่งอย่าง ร้านที่จะอยู่รอดระยะยาวคือร้านที่ขายหลายช่องทางพร้อมกัน เว็บก็ขาย เพจก็ขาย มาร์เก็ตเพลสก็ขาย ยิ่งช่องทางเยอะ ยิ่งต้องมีระบบจัดการร้านที่รวมทุกอย่างไว้ที่เดียว อ่านบทความบริหารร้านออนไลน์เพิ่มได้ใน[บล็อกของ sellerpao.com](https://www.sellerpao.com/blog) และดูคู่มือเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้ที่[หน้า how-to](https://www.sellerpao.com/how-to) เริ่มจากจุดที่เราอยู่ตอนนี้ อย่าเพิ่งลงทุนกับอะไรที่ยังไม่จำเป็นนะ

คำถามที่พบบ่อย

**Shopify ฟรีไหม ทดลองใช้กี่วัน**
ทดลองใช้ 3 วันแรกฟรี ไม่ต้องกรอกบัตร จากนั้นจ่าย $1/เดือนใน 3 เดือนแรก ตามโปรโมชันปัจจุบันของเว็บทางการ ข้อมูลเก่าที่บอกว่า "ฟรี 14 วัน" ไม่เป็นจริงแล้ว

**ร้านไทยรับเงินจาก Shopify ยังไง**
Shopify ยังไม่มี Shopify Payments ในไทย ต้องต่อเกตเวย์ไทยอย่าง Omise, 2C2P หรือ GB Prime Pay เข้าไปเอง เงินเข้าร้านตามรอบการจ่ายเงินของเกตเวย์แต่ละเจ้า ไม่ใช่รอบของ Shopify

**Shopify ดีกว่า Shopee ไหม**
ไม่ใช่คำตอบแบบ "ดีกว่า" เพราะคนละโจทย์ Shopee มีคนเดินห้างให้แต่หักค่าธรรมเนียมสูงขึ้นทุกปี Shopify เป็นหน้าร้านของเราเอง ถูกกว่าในระยะยาวแต่ต้องหาลูกค้าเอง เลือกตามจังหวะธุรกิจ ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกคน

**ขายของบน Shopify ต้องจดทะเบียนภาษีไหม**
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT เก็บภาษี 7% ถ้าขายบนเว็บตัวเอง ร้านต้องจัดการภาษีเองทั้งหมด ไม่มีแพลตฟอร์มคอยหักส่งให้เหมือนบนมาร์เก็ตเพลส

**Shopify ใช้ภาษาไทยได้ไหม**
ได้ ตอนนี้มีเว็บภาษาไทยทางการที่ shopify.com/th ระบบหลังบ้านเลือกภาษาไทยได้ และตั้งสกุลเงินร้านเป็นบาท (THB) ได้

แหล่งอ้างอิง

  1. ราคาแพ็กเกจและค่าธรรมเนียม Shopify: https://www.shopify.com/pricing (ตรวจเมื่อ 26 ส.ค. 2569)
  2. การเรียกเก็บค่าแพ็กเกจสกุลท้องถิ่น (ไทยจ่ายเป็น USD): https://help.shopify.com/en/manual/your-account/manage-billing/paying-your-bills/managing-payments/local-currency
  3. ค่าธรรมเนียม Shopee 2569 มีผล 1 มิ.ย. 2569: https://www.thansettakij.com/general-news/660467 (อัปเดต 4 มิ.ย. 2569)
  4. Shopee-Lazada ขึ้นค่าธรรมเนียมรอบใหม่: https://www.matichon.co.th/economy/news_5701505 (2 พ.ค. 2569)
  5. เปิดร้าน Shopify ในไทยคุ้มไหม เทียบแพลตฟอร์มอื่น: https://visionxbrain.com/blog/shopify-thailand-guide-2026 (25 พ.ค. 2569)
  6. บทความต้นทางที่นำแนวคิดมาเรียบเรียงใหม่: https://zortout.com/blog/what-is-shopify

_อัปเดตล่าสุด: 26 สิงหาคม 2569 · ราคาและค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตรวจสอบกับเว็บทางการก่อนตัดสินใจ_