กลับไปบทความทั้งหมด

ECO Post คืออะไร เหมาะกับร้านไหน ค่าส่งเท่าไหร่ 2569

Seller Pao·
**AEO_INTRO**: ECO Post คือบริการส่งพัสดุราคาประหยัดของไปรษณีย์ไทยที่ทำมาเพื่อร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ รับของหนักได้ถึง 10 กิโลกรัม คุ้มครองความเสียหาย 1,500 บาทต่อชิ้น ส่งถึงมือลูกค้า 2–5 วันทำการ ปี 2569 ค่าส่งปรับเพิ่มทั้งเซอร์ชาร์จและค่าพื้นที่ห่างไกล เหมาะกับสินค้าขนาดกลางถึงใหญ่

ECO Post คืออะไร ต่างจากลงทะเบียนและ EMS ยังไง

ECO Post (ไปรษณีย์ไทยเขียนว่า eCo Post หรือ อีโคโพสต์) คือบริการส่งพัสดุในประเทศที่ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 18 ธันวาคม 2561 เพื่อร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ หลักการคือเอาข้อดีของสองบริการมารวมกัน ราคาใกล้เคียงไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่รับของได้หนักถึง 10 กิโลกรัม และมีระบบติดตามสถานะเหมือน EMS ตรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านเว็บ track.thailandpost.co.th หรือแอป Track&Trace

พูดง่ายๆ คือ ถ้าของหนักเกินกว่าจะส่งลงทะเบียนได้สบายๆ แต่ไม่ต้องใช้ด่วนพิเศษ ECO Post คือจุดกึ่งกลางที่ประหยัดที่สุดของไปรษณีย์ไทยในช่วงน้ำหนักนี้

เงื่อนไขหลักของ ECO Post ตามหน้าเว็บทางการของไปรษณีย์ไทย:

  • น้ำหนักสูงสุด 10 กก. ต่อชิ้น
  • ขนาดรวม (กว้าง + ยาว + สูง) ไม่เกิน 120 ซม. โดยด้านที่ยาวที่สุดไม่เกิน 60 ซม.
  • คุ้มครองความเสียหายหรือสูญหายสูงสุด 1,500 บาทต่อชิ้น ตามมูลค่าความเสียหายจริง
  • มาตรฐานการนำส่ง 2–5 วันทำการ
  • ต้องนำไปฝาก ณ ที่ทำการไปรษณีย์หรือจุดรับฝากที่กำหนด

เทียบให้เห็นชัด ไปรษณีย์ลงทะเบียนคุ้มครองสูงสุด 300 บาทต่อซอง และ 500 บาทต่อกล่อง (ประกาศปี 2562) ส่วน EMS คุ้มครอง 2,000 บาทต่อชิ้น แต่ราคาแพงกว่า ECO Post มาก ของชิ้นเล็กน้ำหนักเบา ส่งลงทะเบียนได้อยู่แล้ว อยากได้ของไวจริงๆ ต้อง EMS แต่ถ้าของหนัก 2 กก. ขึ้นไปจนถึง 10 กก. ECO Post คือตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด

ECO Post เหมาะกับร้านไหน ส่งอะไรได้บ้าง

ร้านที่ได้ประโยชน์จาก ECO Post มากที่สุดคือร้านที่ขายของขนาดกลางถึงใหญ่ซึ่งน้ำหนักเกินพิกัดของลงทะเบียน เช่น เสื้อผ้าที่รวมแพ็กหลายชิ้น เครื่องสำอางขายเป็นเซ็ต ของใช้ในบ้านและของตกแต่ง ไปจนถึงอะไหล่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ลองคิดเป็นตัวเลข เสื้อยืด 10 ตัวรวมกันหนักราว 3–4 กก. ส่งลงทะเบียนไม่ได้หรือราคาพุ่ง ส่ง EMS ก็แพงกว่า ECO Post หลายสิบบาทต่อกล่อง ขายเดือนละ 300 กล่อง ส่วนต่างตรงนี้หลายพันบาทต่อเดือนทันที

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนส่ง:

  • ของเหลวต้องบรรจุในภาชนะมิดชิดและเหมาะสมกับการขนส่ง
  • อาหารและของอุปโภคบริโภคต้องไม่เป็นสินค้าเน่าเสียง่าย
  • ของมีมูลค่าสูงเกิน 1,500 บาท ควรเลือกบริการอื่นหรือซื้อประกันเพิ่ม เพราะวงเงินชดเชยจำกัดแค่นี้

อีกจุดที่แม่ค้าหลายคนพลาดคือเข้าใจว่า ECO Post มีกล่องเฉพาะ ความจริงแล้วไม่มี ใช้กล่องพัสดุทั่วไปที่ขนาดอยู่ในเกณฑ์ได้เลย แต่ถ้าแพ็คไม่แข็งแรงจนของเสียหาย จะไม่ได้ชดเชย แพ็คดีๆ ก่อนส่งทุกครั้ง

ค่าส่ง eCo Post 2569 เท่าไหร่ คิดยังไง

ค่าส่ง ECO Post คิดตามน้ำหนักร่วมกับเขตพื้นที่ปลายทาง ไปรษณีย์ไทยแบ่งพิกัดไว้ 9 ช่วง ตั้งแต่ไม่เกิน 20 กรัม จนถึง 10,000 กรัม ราคาเริ่มต้นคือ 25 บาทตอนเปิดตัวปี 2561 ปรับลงเหลือ 20 บาทหลังเพิ่มฟีเจอร์ Plus & More ในปี 2562 ส่วนพาร์ทเนอร์อย่าง SHIPPOP ตั้งต้น 23 บาทต่อชิ้น (มีผลพฤศจิกายน 2565)

แต่ปี 2569 มีประกาศปรับค่าส่ง 2 ฉบับที่แม่ค้าต้องคิดเข้าไปในต้นทุน:

**1. ค่าบริการพื้นที่ห่างไกล เพิ่ม 15–20 บาท (มีผล 1 มกราคม 2569)**: ไปรษณีย์ไทยปรับเพิ่มค่าบริการ EMS และ ECO Post สำหรับปลายทาง 85 รหัสไปรษณีย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกาะ ภูเขาสูง และแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก เพราะต้นทุนขนส่งและค่าแรงในพื้นที่สูงกว่าที่อื่นต่อเนื่อง (อ้างอิง: คมชัดลึก, ม.ค. 2569)

**2. เซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง เพิ่ม 3 บาทต่อชิ้น (มีผล 16 เมษายน 2569)**: ไปรษณีย์ไทยประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิงของ EMS และ eCo Post อีก 3 บาทต่อชิ้น เพื่อรับมือต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง (อ้างอิง: Post Today, เม.ย. 2569)

แปลว่าพัสดุที่เคยคิดต้นทุน 20–25 บาทต่อชิ้น จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอย่างน้อย 3 บาททุกชิ้น และถ้าปลายทางอยู่ใน 85 พื้นที่ที่ประกาศ ก็บวกเพิ่มอีก 15–20 บาทต่อกล่อง

วิธีเช็คราคาที่แม่นยำที่สุดคือชั่งน้ำหนักจริงแล้วสอบถามที่ทำการไปรษณีย์ หรือดูจากหน้าเว็บทางการ เพราะราคาสุดท้ายขึ้นกับน้ำหนักและเขตพื้นที่ปลายทางของแต่ละออเดอร์

วิธีส่ง ECO Post ขั้นตอนจริง พร้อมเช็กสถานะ

การส่ง ECO Post ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ได้เลย

**ขั้นตอนที่ 1: แพ็คสินค้าให้แข็งแรง**: ใช้กล่องที่พอดีกับสินค้า กันกระแทกด้วยบับเบิลหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ ปิดผนึกด้วยเทปอย่างน้อย 3 จุด (กลาง ซ้าย ขวา)

**ขั้นตอนที่ 2: เตรียมข้อมูลให้ครบ**: เขียนชื่อที่อยู่ผู้รับและผู้ส่งให้ชัดเจนพร้อมเบอร์โทรติดต่อ ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดเบื้องต้นไว้ จะได้ตรวจสอบค่าบริการล่วงหน้า

**ขั้นตอนที่ 3: นำไปฝากที่ทำการไปรษณีย์**: แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการส่งแบบ "ECO Post" แล้วตรวจสอบใบเสร็จว่าเลขพัสดุและค่าบริการถูกต้องก่อนออกจากเคาน์เตอร์

**ขั้นตอนที่ 4: เช็กสถานะจนกว่าของจะถึงมือลูกค้า**: เลขพัสดุ ECO Post เป็นตัวเลข 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร E เอาเลขนี้ไปวางที่ track.thailandpost.co.th ได้เลย ระบบโชว์เส้นทางตั้งแต่วันรับฝากจนถึงวันเซ็นรับปลายทาง

ร้านที่ส่งหลายสิบกล่องต่อวัน นั่งพิมพ์เลขพัสดุแจ้งลูกค้าทีละคนไม่ไหวแน่ ระบบจัดการออเดอร์อย่าง Seller Pao ดึงเลขพัสดุจากขนส่งทุกเจ้ามาผูกกับออเดอร์ให้อัตโนมัติ วิธีเช็กเลขพัสดุทุกขนส่ง อ่านเพิ่มในบทความ [เลขพัสดุ / เลขแทรคกิ้ง คืออะไร? มีกี่หลัก ฉบับแม่ค้าออนไลน์](https://sellerpao.com/blog/what-is-tracking-number-thai)

สรุป

ECO Post คือบริการของไปรษณีย์ไทยที่รับของได้ถึง 10 กก. คุ้มครอง 1,500 บาท ติดตามสถานะได้ และราคาประหยัดกว่า EMS มาก เหมาะกับร้านที่ขายของขนาดกลางถึงใหญ่ซึ่งส่งลงทะเบียนไม่ได้

สิ่งที่ต้องจำก่อนใช้ปี 2569 คือต้นทุนเพิ่มจากสองส่วน คือค่าพื้นที่ห่างไกล 15–20 บาท และเซอร์ชาร์จเชื้อเพลิง 3 บาทต่อชิ้น อย่าลืมคิดเข้าไปในราคาขายและโปรโมชันฟรีค่าส่ง จะได้ไม่เจอของแถมที่กลายเป็นกำไรหาย

ก่อนตัดสินใจใช้ขนส่งเจ้าไหน เทียบภาพรวมไปรษณีย์ไทย Flash J&T และ Kerry ได้ในบทความ [Flash vs J&T vs Kerry vs ไปรษณีย์ไทย: เจ้าไหนเหมาะกับสินค้าแบบไหน (2569)](https://sellerpao.com/blog/best-shipping-courier-thailand-2569) และถ้าอยากเปรียบเทียบราคาโปรแกรมเรียกขนส่ง ก็มีบทความ [เปรียบเทียบโปรแกรมเรียกขนส่ง 2569 ตัวไหนส่งถูกกว่ากัน](https://sellerpao.com/blog/cheap-shipping-booking-comparison-2569) ไว้ให้

ลองเปิดราคา ECO Post ที่ไปรษณีย์ใกล้บ้านสักครั้ง แล้วเทียบกับขนส่งเอกชนที่ใช้อยู่ บอกได้เลยว่าช่วงน้ำหนัก 2–10 กก. หลายร้านประหยัดไปหลักร้อยบาทต่อเดือน ลองดูนะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

**ECO Post กับ EMS ต่างกันยังไง ควรเลือกตัวไหน**

EMS เป็นบริการด่วนพิเศษ คุ้มครอง 2,000 บาทต่อชิ้น แต่ราคาแพงกว่า ส่วน ECO Post ส่งมาตรฐาน 2–5 วันทำการ คุ้มครอง 1,500 บาท เหมาะกับของที่ไม่รีบ ถ้าลูกค้าต้องการของด่วนจริงๆ ถึงค่อยเลือก EMS

**ECO Post ส่งของเหลวหรืออาหารได้ไหม**

ส่งได้แต่มีเงื่อนไข ของเหลวต้องบรรจุในภาชนะมิดชิด ส่วนอาหารและของอุปโภคบริโภคต้องไม่เป็นสินค้าเน่าเสียง่าย และต้องแพ็คให้แน่นหนา เพราะถ้าเสียหายจากการบรรจุไม่ดีจะไม่ได้ชดเชย

**ถ้าของสูญหายหรือเสียหาย ได้เงินชดเชยเท่าไหร่**

สูงสุด 1,500 บาทต่อชิ้น ตามมูลค่าความเสียหายจริง แต่จะไม่ได้รับชดเชยถ้าความเสียหายเกิดจากการบรรจุไม่แข็งแรง แพ็คให้ดีก่อนส่งเสมอ และเก็บใบเสร็จพร้อมเลขพัสดุไว้เป็นหลักฐาน

**ECO Post ต้องไปส่งที่ไปรษณีย์เท่านั้นไหม มีกล่องเฉพาะไหม**

ต้องนำไปฝาก ณ ที่ทำการไปรษณีย์หรือจุดรับฝากที่กำหนด และไม่มีกล่องเฉพาะ ใช้กล่องพัสดุทั่วไปที่ขนาดอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้เลย

แหล่งอ้างอิง

  1. [ไปรษณีย์ไทย: หน้าให้บริการ ECO Post อย่างเป็นทางการ](https://www.thailandpost.co.th/index.php?page=article_detail&addon=product&group_id=542&topic_id=11752&language=th)
  2. [คมชัดลึก: ไปรษณีย์ไทยปรับราคา EMS และ eCo-Post พื้นที่ห่างไกล เริ่ม 1 ม.ค. 2569](https://www.komchadluek.net/news/general-news/611650)
  3. [Post Today: ไปรษณีย์ไทยขึ้นเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง EMS-eCo Post 3 บาท เริ่ม 16 เม.ย. 2569](https://www.posttoday.com/smart-sme/740260)
  4. [RYT9: ไปรษณีย์ไทยชู "อีโคโพสต์" พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Plus & More](https://www.ryt9.com/s/prg/3009723)
  5. [ZORT: บทความอ้างอิงต้นฉบับ eCo-Post คืออะไร](https://zortout.com/blog/what-is-eco-post)

อัปเดตล่าสุด: 26 สิงหาคม 2569