Seller Pao
กลับไปบทความทั้งหมด

10 ขนส่งไทยที่ร้านออนไลน์ใช้เยอะสุด ปี 2569 — ใครเด่นเรื่องอะไร?

Nong Pao·

ยังใช้ขนส่งเจ้าเดียวอยู่เหรอ? บอกตรง ๆ ว่านั่นอาจเป็นสาเหตุที่ต้นทุนสูงกว่าคู่แข่งโดยไม่รู้ตัวเลยนะ

ตลาดขนส่งปี 2569 ตัวเลือกเยอะมาก แต่ละเจ้ามีจุดแข็งคนละแบบ เจ้าหนึ่งถูกแต่ช้า อีกเจ้าแพงแต่มีประกัน บางเจ้าดีกับของชิ้นใหญ่ บางเจ้าเหมาะกับของเล็กราคาต่ำ ไม่มีใครดีที่สุดสำหรับทุกร้าน — มีแค่เจ้าที่เหมาะสุดกับสินค้าและลูกค้าของเรา

มาดูกัน 10 ขนส่งยอดนิยมในไทยปี 2569 ข้อดีข้อเสียตรง ๆ ไม่มีอ้อม

1. Kerry Express — ราชาความน่าเชื่อถือ

Kerry ยังครองตลาดพรีเมียมได้อยู่ ราคาไม่ใช่ถูกที่สุดหรอก แต่ที่ Kerry ทำได้ดีจริง ๆ คือระบบ tracking real-time กับ network จุดรับ-ส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

จุดแข็ง:

  • Tracking ละเอียด อัปเดตทุก step — ลูกค้าไม่ต้องถามว่าของไปถึงไหนแล้ว
  • รับสินค้าถึงที่ (pickup)
  • ประกันสินค้าชัดเจน
  • หาจุด drop-off ง่าย service ดี

จุดอ่อน:

  • ราคาสูงกว่าค่าเฉลี่ย 15-20% (ที่มา: LINE Thailand, Official Report 2568)
  • บางพื้นที่ห่างไกลยังไม่ครอบคลุม

เหมาะกับ: สินค้ามูลค่าสูง, ลูกค้าต้องการความมั่นใจ, แบรนด์ที่ต้องการ image พรีเมียม

2. Flash Express — คิงของราคาประหยัด

Flash พลิกตลาดขนส่งไทยด้วยราคาถูกแบบจัดหนักตั้งแต่ปี 2562 แล้วก็รักษาตำแหน่ง "ถูกที่สุด" มาได้ตลอด

ราคาเริ่มต้น Flash อยู่ที่ 23-25 บาทสำหรับพัสดุไม่เกิน 1 กก. ถือว่าถูกมากเทียบกับตลาด

จุดแข็ง:

  • ราคาต่ำสุดในตลาด
  • ส่งได้ทุกวันรวมวันหยุด
  • จุด drop-off เยอะ ขยายสาขาเร็ว
  • เหมาะกับสินค้าราคาต่ำที่ต้อง margin ดี

จุดอ่อน:

  • Tracking บางทีอัปเดตช้า
  • คุณภาพจัดการพัสดุไม่สม่ำเสมอบางพื้นที่
  • Customer service ช้า

เหมาะกับ: สินค้าราคาต่ำ-กลาง, ออเดอร์ปริมาณมาก, ร้านที่ต้องกดต้นทุนค่าส่ง

3. J&T Express — โตเร็วสุดในตลาด

J&T เข้าตลาดไทยช่วง 2562 เหมือนกัน โตแบบก้าวกระโดดด้วยราคาแข่งกับ Flash กับ network ที่ขยายเร็วมาก ตอนนี้มีจุด drop-off เกิน 10,000 จุดทั่วไทย

จุดแข็ง:

  • ราคาแข่งกับ Flash ได้
  • Tracking ค่อนข้างดี
  • รับ volume สูง ๆ ได้สบาย
  • API เชื่อมระบบ e-commerce ง่าย

จุดอ่อน:

  • ยังมีปัญหาพัสดุเสียหายบางรอบ
  • พื้นที่ห่างไกลยังบางกว่า Kerry

เหมาะกับ: Marketplace sellers, ร้านที่ขายบน Shopee/Lazada/TikTok Shop

4. Thailand Post (ไปรษณีย์ไทย) — เก่าแก่แต่ยังสู้ได้

คนชอบมองข้ามไปรษณีย์ไทยเพราะภาพลักษณ์ "ช้า" แต่จริง ๆ แล้ว EMS ยังคุ้มค่ามากในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะส่งต่างประเทศกับพื้นที่ห่างไกล

จุดแข็ง:

  • ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไปถึงเกาะได้เลย
  • EMS ส่งไว 1-2 วัน
  • Registered mail ถูกมากสำหรับของเล็ก
  • ส่งต่างประเทศราคาสมเหตุสมผล

จุดอ่อน:

  • Tracking ไม่ละเอียดเท่าเอกชน
  • บางสาขา service ไม่สม่ำเสมอ
  • เปิดปิดตามเวลาราชการ

เหมาะกับ: พื้นที่ห่างไกล, ส่งต่างประเทศ, ของเล็กราคาถูก

5. Ninja Van — เงียบ ๆ แต่ของดี

Ninja Van เป็น regional player จากสิงคโปร์ขยายมาทั่ว Southeast Asia ในไทยอาจไม่ดังเท่า Flash หรือ Kerry แต่คุณภาพบริการค่อนข้างนิ่ง

จุดแข็ง:

  • Tracking ดี real-time
  • จัดการพัสดุสม่ำเสมอ
  • ระบบ B2B ดีสำหรับ volume ใหญ่
  • ราคาแข่งได้ในกลุ่มพรีเมียม

จุดอ่อน:

  • จุด drop-off น้อยกว่าคู่แข่ง
  • ไม่ค่อยทำการตลาดในไทย คนรู้จักน้อย

เหมาะกับ: B2B, สินค้ามูลค่ากลาง-สูง, ร้านที่ส่ง volume มากต่อวัน

6. DHL Express — พรีเมียมสุดสำหรับ International

DHL ไม่ได้มาแข่งราคา เขาเล่นคนละ league เลย สำหรับธุรกิจที่ต้องส่งด่วนระหว่างประเทศหรือ document มูลค่าสูง DHL คือมาตรฐาน

จุดแข็ง:

  • เร็วและน่าเชื่อถือมากสำหรับ international
  • Tracking ดีที่สุดในตลาด
  • Insurance ครอบคลุม
  • ชื่อเสียงระดับโลก

จุดอ่อน:

  • ราคาสูงมาก ไม่เหมาะกับพัสดุทั่วไป

เหมาะกับ: B2B, export สินค้า, ส่งเอกสารสำคัญระหว่างประเทศ

7. SCG Express — น้องใหม่ที่น่าจับตา

SCG ยักษ์ใหญ่วัสดุก่อสร้างเปิดตัวธุรกิจ logistics กำลังขยายตัวเร็ว จุดแข็งคือ infrastructure เดิมของ SCG ทำให้ coverage ต่างจังหวัดดีกว่าที่คาด

จุดแข็ง:

  • Coverage ต่างจังหวัดดี
  • ราคาแข่งได้ในกลุ่มกลาง
  • ระบบ B2B สำหรับร้านค้าขนาดกลาง

จุดอ่อน:

  • Brand awareness ในตลาด consumer ยังน้อย
  • จุด drop-off น้อยกว่าเจ้าใหญ่

เหมาะกับ: ของชิ้นใหญ่, B2B, สินค้าต่างจังหวัด

8. Best Express — ราคาดีที่ยังน้อยคนรู้จัก

Best Express มาจาก Chinese logistics company เข้าตลาดไทยแล้วก็เจาะกลุ่มราคาประหยัด ราคาแข่งกับ Flash ได้ในหลายรายการ

จุดแข็ง:

  • ราคาถูกใกล้เคียง Flash
  • App ค่อนข้างดี
  • เหมาะสำหรับ Shopee seller โดยเฉพาะ

จุดอ่อน:

  • Network ยังเล็กกว่าคู่แข่งหลัก
  • Customer service ยังต้องพัฒนา

เหมาะกับ: Shopee sellers, อยากได้ทางเลือกราคาถูกนอกจาก Flash

9. Lazada Logistics (LEX) — เฉพาะ Lazada Seller

ขายบน Lazada ก็ใช้ LEX สิ มักได้ราคาดีสุดเพราะ Lazada ซับซิไดซ์ค่าส่งให้ seller บางช่วงถูกกว่า Flash อีก

จุดแข็ง:

  • ราคาพิเศษสำหรับ Lazada seller
  • Tracking integrate กับ dashboard Lazada ตรง
  • ส่งฟรีบางเงื่อนไข

จุดอ่อน:

  • ใช้ได้แค่ Lazada
  • Service quality ไม่สม่ำเสมอบางพื้นที่

เหมาะกับ: Lazada sellers เท่านั้น

10. Shopee Xpress (SPX) — Logic เดียวกับ LEX

Shopee ก็มีขนส่งในตัวเองเหมือนกัน ให้ราคาพิเศษกับ seller ในแพลตฟอร์ม บางช่วงมีโปรค่าส่ง 0 บาท ดีมากสำหรับเพิ่มความสามารถแข่งขัน

จุดแข็ง:

  • ราคาดีมากสำหรับ Shopee seller
  • ติดตาม order ได้ใน app Shopee
  • มีโปรโมชันค่าส่งบ่อย

จุดอ่อน:

  • ใช้ได้แค่ Shopee
  • ช่วง peak season อาจช้า

เหมาะกับ: Shopee sellers ที่อยากลดต้นทุนค่าส่ง

สรุปตาราง: เลือกขนส่งให้ตรงกับร้าน

ขนส่งราคาSpeedTrackingเหมาะกับ
Kerryสูงเร็วดีมากสินค้ามูลค่าสูง
Flashถูกปานกลางพอใช้ออเดอร์เยอะ
J&TถูกปานกลางดีMarketplace
ไปรษณีย์ไทยถูก (เล็ก)ช้าพอใช้พื้นที่ห่างไกล
Ninja Vanกลางเร็วดีB2B
DHLสูงมากเร็วมากดีมากInternational
SCG Expressกลางเร็วดีของชิ้นใหญ่
Best Expressถูกปานกลางพอใช้Shopee
LEXถูก (Lazada)ปานกลางดีใน LazadaLazada seller
SPXถูก (Shopee)ปานกลางดีใน ShopeeShopee seller

เทคนิคเลือกขนส่งแบบมืออาชีพ

1. อย่ายึดเจ้าเดียว — ใช้หลายเจ้าตามสถานการณ์

ร้านที่ scale ได้จริงใช้ขนส่ง 2-3 เจ้าพร้อมกัน Flash สำหรับสินค้าราคาต่ำ Kerry สำหรับของมูลค่าสูง ไปรษณีย์สำหรับพื้นที่ห่างไกล

2. เจรจาราคา corporate ได้ถ้า volume ถึง

ส่งเกิน 100-200 ชิ้นต่อวัน มีสิทธิ์ขอราคา corporate ได้ Flash กับ J&T เปิดรับ negotiation ค่อนข้างง่าย

3. คำนึงถึง volumetric weight

กล่องใหญ่แต่เบาโดนคิดราคาตาม volume ไม่ใช่น้ำหนักจริง สูตรคือ (กว้าง x ยาว x สูง) / 5000 = น้ำหนัก volumetric รู้เรื่องนี้ก่อนเลือกกล่องและขนส่ง

4. ดูอัตรา failed delivery ของแต่ละเจ้า

ร้านที่ขาย COD อัตราลูกค้าไม่รับของกระทบกำไรตรง ๆ ขนส่งบางเจ้า re-delivery ดีกว่า ลองถามร้านค้าในกลุ่มที่มีประสบการณ์

5. ตรวจสอบ tracking เป็น standard ของทุกเจ้า

ปี 2569 real-time tracking กลายเป็น standard ที่ขนส่งทุกเจ้าต้องมี ลูกค้าคาดหวังว่าจะเช็คสถานะพัสดุได้ตลอดเวลา เลือกขนส่งที่ tracking อัปเดตสม่ำเสมอและแม่นยำ

FAQ

Q: ขนส่งไหนถูกสุดในไทยปี 2569?
A: Flash Express กับ J&T ยังแข่งกันอยู่ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและ volume แต่ละรอบ ลอง compare ราคาจาก aggregator ก่อนตัดสินใจ

Q: Kerry กับ Flash ต่างกันตรงไหน?
A: Kerry เน้นคุณภาพ ราคาสูงกว่าแต่ tracking ดีกว่า มีประกัน Flash เน้นราคาถูกกับ volume สูง คนละประเภทสินค้าเลย

Q: ขาย Shopee ใช้ขนส่งอะไรดี?
A: ดู SPX ก่อนถ้า Shopee มีโปรค่าส่ง ถ้าไม่มีค่อยดู Flash กับ J&T ประกอบ

Q: ขนส่งไหนดีสุดสำหรับของแตกง่าย?
A: Kerry มีประกันกับการจัดการชัดเจนสุด ของมูลค่าสูงหรือแตกง่ายแนะนำ Kerry แล้วแพ็คเสริม bubble wrap ด้วย

Q: ส่งต่างประเทศใช้อะไร?
A: DHL สำหรับ express, ไปรษณีย์ไทย EMS สำหรับประหยัด, Kerry มีบริการ international บางประเทศ

ทิ้งท้าย: จัดการหลายขนส่งพร้อมกัน

ปัญหาของการใช้หลายขนส่งคือการจัดการนั่นแหละ — ต้องเข้าหลายระบบ print หลาย label ตามหลาย tracking ระบบจัดการร้านค้าที่รวมขนส่งไว้ที่เดียวช่วยได้เยอะ สร้าง label จากระบบเดียว ลดเวลาหลังบ้านที่เสียไปกับการ switch tab