Seller Pao
กลับไปบทความทั้งหมด

Dropship คืออะไร? ขายของไม่ต้องสต๊อก เริ่มยังไงในปี 2569

Nong Pao·

Dropship เป็นคำที่ได้ยินบ่อยในวงการขายออนไลน์ บางคนบอกว่าเป็น passive income ในฝัน บางคนบอกว่าแทบไม่มีกำไร ความจริงอยู่ตรงไหน?

มาดูกันตั้งแต่ต้น ทั้งวิธีทำงาน ข้อดีข้อเสียแบบตรง ๆ และวิธีเริ่มต้นจริง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่หลายคนคำนวณพลาด

Dropship ทำงานยังไง

Dropship คือโมเดลขายสินค้าที่ไม่ต้องสต๊อกเอง ไม่ต้องแพ็คกล่อง ไม่ต้องส่ง — supplier ทำให้หมด

Step 1: เปิดร้านบน Facebook, Shopee หรือเว็บ ลงรูปสินค้าในราคาที่ตั้งเอง (สูงกว่าราคา supplier)

Step 2: ลูกค้าสั่งซื้อ จ่ายเงินให้คุณเต็มจำนวน

Step 3: คุณสั่งจาก supplier ในราคาต้นทุน

Step 4: Supplier ส่งตรงถึงลูกค้า

Step 5: ส่วนต่างคือกำไร เช่น ขาย 350 ต้นทุน 200 กำไร 150 บาท

ง่ายบนกระดาษ แต่มีรายละเอียดมากกว่านั้น

ข้อดีของ Dropship

ไม่ต้องใช้ทุนสต๊อก — ข้อดีใหญ่สุด เหมาะกับคนทุนน้อยหรืออยากทดสอบ market ก่อนลงทุน

ขยาย catalog ได้เร็ว — เพิ่มสินค้าได้ทันทีไม่ต้องซื้อมาเก็บ

ทำได้จากทุกที่ — ไม่ต้องมีหน้าร้านหรือคลัง

ทดสอบ market ง่าย — ลอง list ขึ้นไปก่อน ถ้ามีออเดอร์ค่อยสั่ง

ข้อเสียของ Dropship (พูดตรง ๆ)

Margin ต่ำกว่า — ซื้อทีละชิ้น ราคาสูงกว่า bulk สต๊อกเองอาจได้ 60-80% dropship อาจแค่ 20-40% (ที่มา: สมาคมผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย, รายงานประจำปี 2568)

ควบคุมคุณภาพไม่ได้ — ไม่เห็นสินค้าก่อนส่ง ถ้า supplier ส่งของเสีย คุณรับผิดชอบ

เวลาส่งช้ากว่า — โดยเฉพาะ supplier จีน ทางเรือใช้เวลา 7-20 วัน ทางอากาศ 3-7 วัน แข่งกับร้านในไทยที่ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึงยาก

ค่าขนส่งจากจีนบวกต้นทุน — ทางเรือประมาณ 150-300 บาท/กก. ทางอากาศ 300-600 บาท/กก. ต้องคำนวณให้แม่นก่อนตั้งราคาขาย

ไม่มีขอบเขตปลอดอากร — ตั้งแต่ต้นปี 2569 ไทยยกเลิกการยกเว้นอากรสำหรับสินค้านำเข้าราคาต่ำ สินค้าจากจีนทุกชิ้นต้องผ่านศุลกากรตามปกติ ต้นทุนนำเข้าจึงสูงขึ้น

การบริการลูกค้าซับซ้อนขึ้น — ลูกค้า complain ต้องคุยกับ supplier ก่อน

การแข่งขันสูง — ใครก็ dropship สินค้าเดียวกันได้

เว็บ Dropship ยอดนิยม 5 เว็บ

1. AliExpress

ใหญ่ที่สุด ราคาถูก แต่ส่งนาน 15-45 วัน

2. CJ Dropshipping

มีคลังในหลายประเทศ ส่งเร็วกว่า รองรับ custom packaging

3. Spocket

เน้น supplier สหรัฐฯ/ยุโรป คุณภาพดี ราคาสูงกว่า

4. Printful / Printify

Print-on-Demand สำหรับเสื้อผ้า แก้ว หมอน ออกแบบลายแล้วขาย

5. Supplier ในไทย

Wholesale supplier ย่านประตูน้ำ ลาดพร้าว ออนไลน์บน Facebook ส่งเร็วกว่า ภาษาเดียวกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องศุลกากร

เริ่มต้นด้วยเงินเท่าไหร่

ต้นทุนขั้นต่ำทฤษฎี: แทบ 0 บาท ถ้าใช้ platform ฟรี

ต้นทุน practical: 3,000-10,000 บาท

  • ค่าสมัคร supplier: 0-2,000 บาท
  • ค่าสั่งทดสอบคุณภาพ: 500-2,000 บาท (แนะนำมาก)
  • ค่ายิงโฆษณา: 1,000-5,000 บาท
  • ค่าอุปกรณ์ถ่ายรูป: 500-1,000 บาท
  • ค่าขนส่งตัวอย่างจากจีน: 300-600 บาทขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและวิธีขนส่ง)

ก่อนเริ่ม:

  1. สั่งสินค้าทดสอบมาลองก่อน อย่าขายของที่ไม่เคยเห็น
  2. ทดสอบเวลาส่งจริง ๆ รวมเวลาผ่านศุลกากร
  3. คำนวณต้นทุนรวมค่าขนส่งและภาษีนำเข้าก่อนตั้งราคา
  4. เตรียม capital สำรองสำหรับ refund

Dropship เหมาะกับใคร?

เหมาะ: คนทุนน้อย, ทำ side business, ขายสินค้า niche, ขายตลาดต่างประเทศ

ไม่เหมาะ: ต้องการกำไรสูง, ต้องการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน, ลูกค้า expect delivery เร็ว, สินค้า made-to-order

FAQ

Q: ต้องจดทะเบียนบริษัทไหม?
A: ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านต้องจด VAT ต่ำกว่านั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบธุรกิจ (ที่มา: สมาคมผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย, รายงานประจำปี 2568)

Q: Dropship จาก AliExpress โกงลูกค้าไหม?
A: ไม่ใช่การโกง ตราบที่ส่งสินค้าตามตกลง แต่ต้องโปร่งใสเรื่องเวลาส่ง

Q: ยังทำเงินได้ในปี 2569 ไหม?
A: ได้ แต่ยากกว่าเมื่อก่อน โดยเฉพาะหลังยกเลิกการยกเว้นอากรสินค้านำเข้าราคาต่ำ ที่เวิร์กคือ niche เฉพาะ + การตลาดดี + supplier ดี + คำนวณต้นทุนครบ

Q: dropship กับ resell ต่างกันยังไง?
A: Resell ซื้อมาเก็บแล้วขาย (มีสต๊อก) Dropship รับออเดอร์แล้วค่อยสั่ง (ไม่มีสต๊อก)

Q: ใช้มือถือทำได้ไหม?
A: ได้ รับออเดอร์ผ่าน Shopee, Facebook สั่งของผ่าน LINE แต่ถ้า volume เยอะต้องใช้คอม

Q: ค่าขนส่งจีน-ไทยแพงแค่ไหน?
A: ทางเรือ 150-300 บาท/กก. ทางอากาศ 300-600 บาท/กก. ถ้าสินค้าเบาและราคาต่ำ ค่าส่งอาจเท่ากับหรือสูงกว่ากำไร ต้องคำนวณก่อนเสมอ