Seller Pao
กลับไปบทความทั้งหมด

สต๊อกจมทำยังไง? 5 วิธีระบายสินค้าค้างให้ได้เงินกลับมา

Nong Pao·

สินค้าเต็มคลัง แต่ขายออกไม่ได้ — ฝันร้ายของเจ้าของร้านออนไลน์ทุกคน

สต๊อกจมไม่ใช่แค่ "ของที่ขายไม่ออก" แต่มันคือเงินทุนที่ถูกแช่แข็งไว้ รอวันเน่าหรือตกรุ่นไปเปล่า ๆ เจ้าของร้านส่วนใหญ่รู้ว่ามีปัญหานี้ แต่ก็ยังปล่อยไว้เพราะไม่รู้จะเริ่มจัดการยังไง มาดูกันว่าสต๊อกจมเกิดจากอะไร แล้วจัดการยังไงได้จริง

สต๊อกจมคืออะไร แบบไหนถึงเรียกว่าจม

Dead Stock หรือสต๊อกจม คือสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่ถูกขาย ไม่ถูกทำอะไรเลยในช่วงเวลาหนึ่ง

โดยทั่วไปร้านค้าออนไลน์มักกำหนดไว้ว่า:

  • สินค้าไม่ขายเลย 30 วัน = เริ่มระวัง
  • สินค้าไม่ขายเลย 60-90 วัน = สต๊อกจม ต้องจัดการ
  • สินค้าไม่ขายเลย 180 วันขึ้นไป = Dead Stock เต็มตัว

ระยะเวลาจริง ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า เคสมือถือรุ่นเก่าอาจจมแค่ 45 วัน เครื่องครัวสแตนเลสอาจอยู่ได้เป็นปี

ทำไมสต๊อกถึงจม?

1. สั่งเยอะเพราะโปรโมชัน supplier

Supplier ให้ส่วนลดถ้าสั่งครั้งละ 100 ชิ้น ทั้ง ๆ ที่ขายได้แค่ 20 ชิ้น/เดือน สั่งเพราะ "ถูก" แต่ลืมคิดว่า 80 ชิ้นที่เหลือจะไปอยู่ไหน

2. ตามเทรนด์ไม่ทัน

ของที่ viral บน TikTok สัปดาห์นี้ พอสต๊อกมาถึง 2 สัปดาห์ต่อมา กระแสหมดแล้ว — ปัญหานี้พบบ่อยในร้านที่ไม่มีข้อมูลยอดขายที่ชัดเจน

3. ไม่มีข้อมูลสั่งซื้อที่ชัด

สั่งตามความรู้สึก ไม่ได้ดูยอดขายย้อนหลัง เลยสั่งเยอะเกินสำหรับบางตัว น้อยเกินสำหรับตัวที่ขายดี

4. ของถูกตีคืน สภาพไม่สมบูรณ์

สินค้าที่ลูกค้าส่งคืนแล้วไม่ได้ตรวจสอบหรือ recondition ก็นอนอยู่ในคลังไม่มีใครหยิบ

ผลเสียของสต๊อกจมที่มักมองข้าม

เสียเงินทุน ทุนที่จมอยู่กับสินค้าขายไม่ออก 50,000 บาท ถ้าเอาไปหมุนซื้อของขายดีแทน อาจสร้างกำไรได้อีก 10,000-20,000 บาท

เสียพื้นที่คลัง ของที่ไม่ขายยึดพื้นที่ที่ควรเป็นสินค้าขายดี ต้นทุนค่าเช่าต้องแบกเพิ่ม

ของเสื่อมสภาพ ยิ่งเก็บนานยิ่งด้อยค่า ของแฟชั่น ของตามกระแส ของมีวันหมดอายุ — ยิ่งรอยิ่งเสียหาย

เสียโอกาสขาย สินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวยิ่งเข้าไปไกลในคลัง ยิ่งห่างจากสายตาลูกค้า

5 วิธีจัดการสต๊อกจมให้ได้เงินกลับมา

วิธีที่ 1: ลดราคาแบบมีแผน

เริ่มจากลด 10-15% ดูก่อน ถ้าไม่ขยับก็ค่อยลดเพิ่ม ตั้งราคาขั้นต่ำไว้ว่าต่ำสุดยอมขาดทุนได้เท่าไหร่ ดีกว่าไม่ได้อะไรกลับมาเลย (ที่มา: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, รายงาน SME 2568)

วิธีที่ 2: จัดโปรโมชัน Bundle

เอาของค้างสต๊อกมา "แถม" หรือ "จัดเซต" กับของขายดี เช่น ซื้อเสื้อ 2 ตัวแถมกางเกง 1 ตัว (ตัวที่แถมคือของขายไม่ออก) ช่วยระบายได้โดยไม่ดูเหมือนลดราคาจนน่าเกลียด

วิธีที่ 3: Flash Sale เจาะกลุ่ม

ทำ Flash Sale บน TikTok Shop หรือ Shopee ช่วงสั้น ๆ 2-4 ชั่วโมง ลดแรง 30-50% จำกัดจำนวน ความเร่งด่วนทำให้คนตัดสินใจเร็ว (ที่มา: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, รายงาน SME 2568)

วิธีที่ 4: Live ระบายสินค้า

Live สดบน Facebook หรือ TikTok ด้วย "ราคาพิเศษ Live เท่านั้น" สต๊อกจมบางตัวขายออกได้เร็วมากเพราะลูกค้ารู้สึก FOMO ปัจจุบัน 73% ของคนที่ดู livestream ซื้อสินค้าจาก live อย่างน้อยครั้งหนึ่ง ทำให้ช่องทางนี้ระบายของได้จริง (ที่มา: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, รายงาน SME 2568)

วิธีที่ 5: ขายส่งหรือขายเหมา

ลองทุกอย่างแล้วยังไม่ได้ผล ลองขายส่งให้พ่อค้าตลาดนัด หรือขายเหมาผ่านกลุ่ม Facebook ยอมเสียกำไรแต่เอาเงินทุนกลับมาหมุน

วิธีป้องกันสต๊อกจมในอนาคต

ดูข้อมูลก่อนสั่ง ก่อนสั่งสินค้าเข้า ดูยอดขายย้อนหลัง 30-60-90 วันก่อนเสมอ

กำหนด Max Stock แต่ละสินค้าควรมีเพดานสูงสุด ถ้าเกินต้องหยุดสั่งหรือหาทางระบาย

ตั้งแจ้งเตือนสินค้าหยุดนิ่ง ระบบจัดการสต๊อกที่ดีจะแจ้งเตือนได้ว่าสินค้าตัวไหนไม่มีการเคลื่อนไหวมากี่วันแล้ว

FAQ

Q: สต๊อกจมต้องบันทึกทางบัญชียังไง?
A: ทางบัญชีเรียกว่า "สินค้าคงเหลือด้อยค่า" ต้องตั้งสำรองไว้หรือตัดจำหน่าย แนะนำปรึกษานักบัญชี

Q: ลดราคาแล้วยังขายไม่ออกเลย ทำยังไง?
A: ลองเปลี่ยนช่องทาง เช่น กลุ่มซื้อขาย Facebook, Pantip marketplace หรือบริจาคให้มูลนิธิแล้วเอาเป็นหลักฐานลดหย่อนภาษี

Q: ควรรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเป็นสต๊อกจม?
A: ถ้าใช้ระบบจะมีรายงาน "สินค้าไม่เคลื่อนไหว" ให้ ถ้าใช้ Excel ต้องดูที่วันที่ขายล่าสุดของแต่ละ SKU

Q: สต๊อกจมทำให้กำไรลดลงจริงไหม?
A: จริง ต้นทุนที่ซื้อมาถูกบันทึกแล้วแต่ขายไม่ออก ยิ่งเก็บนานยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ทั้งค่าพื้นที่ ค่าไฟ ค่าแรง