# 7 เทคนิคตั้งราคาสินค้าด้วยจิตวิทยา ที่เอาไปใช้ได้เลย

> https://sellerpao.com/blog/pricing-strategy-psychology-tips
> เผยแพร่: 2025-04-01T12:48:07.000Z
> อัปเดตล่าสุด: 2026-09-01T21:05:57Z

ราคา 100 บาท กับ 99 บาท ต่างกันบาทเดียว แต่ยอดขายอาจต่างกันหลายเท่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือจิตวิทยาที่แบรนด์ใหญ่ ๆ ใช้มาหลายสิบปีแล้ว

แต่ยุคนี้ตั้งราคาให้ถูกจิตวิทยาอย่างเดียวยังไม่พอ ค่าธรรมเนียม platform กินไปส่วนหนึ่งอยู่แล้ว, Shopee ปรับขึ้น +5% tech fee, Lazada +1.5%, TikTok Shop รวมแล้วเกือบ 10% ถ้าตั้งราคาแบบ "ต้นทุนบวกกำไรแล้วจบ" โดยไม่นับ fee พวกนี้เข้าไป บางทีขายดีแต่กำไรไม่เหลือ

มาดูเทคนิคที่ทำได้เลยตอนนี้

## ทำไมราคาถึงไม่ใช่แค่ตัวเลข?

สมองคนเราไม่ได้คิดเรื่องราคาแบบ rational ตลอด ตัดสินใจซื้อจากความรู้สึกก่อน แล้วค่อยหาเหตุผลมา support ทีหลัง

เพราะงั้น ราคาที่ "รู้สึกดี" สำคัญพอ ๆ กับราคาที่ "สมเหตุสมผล"

## 7 เทคนิคจิตวิทยาตั้งราคา

### 1. Charm Pricing, ลงท้าย 9

คลาสสิกแต่ยังได้ผล สมองยึดเลขหน้าสุดก่อน

- 199 บาท ดูเหมือน "หลักร้อยต้น ๆ"

- 200 บาท ดูเหมือน "สองร้อย" รู้สึกแพงกว่า

ต่างแค่บาทเดียว แต่งานวิจัยพบว่าเพิ่ม conversion ได้จริง เหมาะกับสินค้า impulse buy ราคาไม่แพง

### 2. Anchor Pricing, ตั้งราคาเปรียบเทียบ

"ตั้งราคาสูงไว้ก่อน แล้วลดให้ดูคุ้ม"

ตัวอย่าง: เสื้อผ้าอยากขาย 590 ตั้งราคาปกติ 890 แล้วทำ "ลด -33%" เหลือ 590

ลูกค้าเห็น 890 (anchor) ก่อน รู้สึกว่า 590 ถูกมาก ทั้ง ๆ ที่ราคาจริงที่อยากขายคือ 590 ตั้งแต่แรก

สำคัญ: anchor ต้องสมเหตุสมผล ตั้งสูงเกินจนดูโกหก ลูกค้าไม่เชื่อ

### 3. Bundle Pricing, รวมแพ็กดูคุ้ม

แทนที่ขาย A = 200, B = 150 แยก ลอง Bundle A+B = 299 (ประหยัด 51)

ลูกค้ารู้สึกว่าได้ deal ดี แล้วกำไรรวมอาจสูงกว่าขายแยกด้วย เพราะ average order value เพิ่ม

เหมาะกับ: สินค้าที่ใช้คู่กัน promotions clearing สินค้าขายช้า

### 4. Decoy Pricing, สร้างตัวเลือกล่อ

3 ตัวเลือก:

- S, 150 บาท

- M, 250 บาท (decoy)

- L, 280 บาท

M ดูไม่คุ้ม จ่ายเพิ่มแค่ 30 ได้ L ที่ดีกว่าเยอะ ลูกค้าส่วนใหญ่เลือก L แม้ไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก

เหมาะกับ: สินค้าหลายขนาด/ระดับ อาหาร เครื่องดื่ม subscriptions

### 5. Free Shipping Psychology, ฟรีค่าส่ง trigger สำคัญ

ลูกค้าไทยเกลียดค่าส่งมาก "ฟรีค่าส่ง" กระตุ้น conversion สูงกว่า "ลดราคาเท่ากัน"

ของ 49 บาท ค่าส่ง 30 = 79 กับ ราคา 79 จัดส่งฟรี ลูกค้ามักเลือกอันสอง แม้จ่ายเท่ากัน

### 6. Price-Quality Signaling, ราคาบอกคุณภาพ

บางทีราคาต่ำเกินทำให้ลูกค้าไม่เชื่อถือ ครีมบำรุงผิว 89 บาทคนสงสัยว่าส่วนผสมอะไร แต่ 390 รู้สึกว่าน่าจะดี

สินค้า premium อย่า race to the bottom เรื่องราคา มันทำลาย brand perception

### 7. Odd-Even Pricing, เลขคี่กับเลขคู่ส่งสัญญาณต่างกัน

- เลขคี่ (99, 197, 499) → รู้สึกถูก ประหยัด

- เลขคู่ (100, 200, 500) → รู้สึก premium มีคุณภาพ

ต้องการ volume ใช้เลขคี่ ต้องการ positioning เป็น quality brand ใช้เลขคู่

## ตัวอย่างตั้งราคาสำหรับร้านไทย

### ร้านเสื้อผ้า:

- ต้นทุน 120 อยากได้กำไร 60% = 192

- ปรับเป็น charm pricing → 199 บาท bundle 2 ตัว 379

### ร้านอาหารเสริม:

- ต้นทุน 150 อยากขาย 390

- เพิ่ม anchor: ~~550~~ ลดเหลือ 390

- Bundle 3 กล่อง 990 (ประหยัด 180)

## ข้อผิดพลาดเรื่องราคาที่มักทำ

1. ตั้งตามต้นทุนอย่างเดียว, ลืมมองตลาดกับ perceived value

1. ลดราคาเป็น reflex ตอนขายไม่ออก, บางทีปัญหาคือ marketing ไม่ใช่ราคา

1. ไม่เคย A/B test ราคา, ลอง split test ดูว่าราคาไหน convert ดีกว่า

1. ไม่อัปเดตตามต้นทุนที่เปลี่ยน, ต้นทุนขึ้นแต่ราคาเดิม กำไรหาย

1. ราคาไม่สอดคล้องกัน, Shopee ราคาหนึ่ง Facebook อีกราคา ลูกค้าสับสน และอาจเสียความน่าเชื่อถือ

## หาราคาที่เหมาะสมสำหรับร้านใหม่

1. เช็คคู่แข่ง บน Shopee/Lazada ดูร้านขายดี 3-5 ร้าน จดราคา

1. คำนวณ break-even จริง ๆ ต้นทุนสินค้า + packaging + ค่าส่ง + platform fee (บวก fee ของแต่ละ platform ให้ครบ อย่าลืมว่า Shopee มี tech fee เพิ่มมาอีกแล้ว)

1. เลือก positioning value brand หรือ premium brand?

1. ทดสอบ ลองขายสองราคาแล้วเก็บข้อมูล

## สรุป

ตั้งราคาไม่ใช่แค่คณิตศาสตร์ แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ราคาที่ดีทำให้ลูกค้ารู้สึก "คุ้ม" ในขณะที่คุณยังมีกำไร

เริ่มจาก charm pricing กับ free shipping ก่อน แล้วค่อย ๆ ทดลอง bundle กับ decoy ทำสม่ำเสมอ ดูตัวเลข ปรับตามผลจริง

## FAQ

Q: ตั้งราคาสูงแล้วคนไม่ซื้อ ต้องลดทันทีไหม?
A: ไม่จำเป็น ดูก่อนว่าปัญหาคืออะไร บางทีไม่ใช่ราคา แต่คือ content ไม่ดึงดูด รูปไม่สวย description ไม่ชัด

Q: ขายของเหมือนร้านอื่น ควรตั้งราคาเท่ากันหรือต่ำกว่า?
A: สินค้าเหมือนกันจริง ราคาต่ำกว่าได้เปรียบ แต่ถ้าบริการหรือ experience ดีกว่า ตั้งเท่าหรือแพงกว่านิดได้ เน้นสื่อสาร value ที่ต่าง

Q: ควรทำ flash sale บ่อยแค่ไหน?
A: บ่อยเกินลูกค้าจะรอส่วนลดอย่างเดียว ไม่เกิน 2-4 ครั้งต่อเดือน ผูกกับเหตุการณ์จริง เทศกาล วันเกิดร้าน milestone
