# หา Keyword ขายของออนไลน์ยังไง? เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ตรง

> https://sellerpao.com/blog/keyword-research-online-selling-guide
> เผยแพร่: 2025-09-23T14:37:40.000Z
> อัปเดตล่าสุด: 2026-09-01T21:05:46Z

ทำเว็บไซต์ร้านค้าเสร็จแล้ว แต่ไม่มีคนมาจาก Google เลย

ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เว็บแย่ แต่ใช้ "keyword ผิด" ทำ content ไปในทิศทางที่ไม่มีใครค้นหา

Keyword research คือขั้นตอนแรกที่สำคัญสุดของ SEO keyword ถูก ทุกอย่างที่ทำหลังจากนั้นก็ถูกทิศ

## Keyword คืออะไร?

คือคำหรือวลีที่คนพิมพ์ใน Google เพื่อหาสิ่งที่ต้องการ

ตัวอย่าง: คนอยากซื้อกระเป๋าหนังออนไลน์อาจพิมพ์:

- "กระเป๋าหนังแท้"

- "กระเป๋าหนังผู้ชายราคาไม่แพง"

- "กระเป๋าสะพายหนังแท้กรุงเทพ"

- "กระเป๋าทำมือหนังวัว"

แต่ละคำคือ keyword ที่ต่างกัน ร้านที่รู้ว่าลูกค้าพิมพ์อะไรแล้วทำ content ตอบ keyword นั้น จะถูกเจอมากกว่า

## ทำไม Keyword ถึงสำคัญ?

ขายครีมกันแดด ทำ content เกี่ยวกับ "ครีมกันแดด" แต่ keyword จริง ๆ ที่คนหาคือ "ครีมกันแดด SPF50 ราคาไม่แพง" หรือ "ครีมกันแดดผิวมัน" ก็จะได้ traffic น้อยกว่าที่ควร

Keyword ดีต้องมี 3 อย่าง:

1. Search Volume, มีคนค้นหาบ้าง

1. Relevance, ตรงกับสินค้าของเรา

1. Competition, ไม่สูงเกินจนชนะยาก

## ประเภท Keyword

### Short-tail Keyword

คำสั้น กว้าง เช่น "กระเป๋า" "ครีมกันแดด"

- Search volume สูง แข่งขันสูง conversion ต่ำ

### Long-tail Keyword

คำยาว เฉพาะเจาะจง เช่น "ครีมกันแดดสำหรับผิวผสมไม่เหนียว"

- Search volume ต่ำกว่า แข่งขันน้อย conversion สูงกว่า

ร้านเล็กและกลาง โฟกัส long-tail keyword ก่อน ชนะได้เร็วกว่า conversion ดีกว่า

### Local Keyword

มีชื่อสถานที่ เช่น "ร้านดอกไม้กรุงเทพ" เหมาะถ้ามีหน้าร้าน

## เครื่องมือหา Keyword ฟรี

### 1. Google Keyword Planner

อยู่ใน Google Ads ใช้ฟรี ข้อมูลจาก Google โดยตรง แม่นยำสุด

### 2. Google Search Console

มีเว็บแล้ว ดูได้ว่าคนพิมพ์อะไรมาเจอเว็บเรา

### 3. Google Trends

ดู keyword ไหนกำลังมาแรง เหมาะวางแผน seasonal content

### 4. Ubersuggest

ให้ข้อมูลละเอียดกว่า Google Keyword Planner ดู keyword difficulty และ competitor keyword ได้

### 5. Keywordtool.io

เหมาะหา long-tail keyword หา keyword ใน YouTube, TikTok, Shopee ได้ด้วย

## วิธีหา Keyword แบบ Step by Step

### ขั้นที่ 1: Brainstorm Seed Keywords

คิดว่าถ้าเป็นลูกค้า จะพิมพ์อะไรเพื่อหาสินค้า

### ขั้นที่ 2: ดู Google Autosuggest

พิมพ์ seed keyword ใน Google ดู dropdown ดู "People also ask" และ "Related searches" ด้วย

### ขั้นที่ 3: ตรวจสอบ Search Volume และ Difficulty

เลือก keyword สำหรับมือใหม่:

- 100-1,000/เดือน + competition ต่ำ = เริ่มง่ายสุด

- 1,000-10,000 + competition ปานกลาง = ท้าทายขึ้น

- 10,000+ + competition สูง = ยาก ต้องมี authority ก่อน

### ขั้นที่ 4: แบ่ง Keyword ตามหน้าที่

- Homepage → Brand keyword + หมวดหลัก

- Product page → Product keyword เฉพาะ

- Blog → Informational keyword เช่น "วิธีเลือก..."

## Keyword สำหรับ Shopee และ Lazada

ใน marketplace ก็มี search algorithm ตัวเอง

หา Keyword บน Shopee:

- ใช้ Shopee search bar ดู suggestion

- ดูชื่อสินค้า competitor ที่ขายดี

- ใส่ keyword หลาย ๆ คำในชื่อสินค้า (ต้องอ่านรู้เรื่อง ไม่ใช่ยัด)

ตัวอย่างชื่อที่ optimize แล้ว:

> "กระเป๋าหนังแท้ผู้ชาย กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าทำงาน genuine leather"

## Search Intent สำคัญมาก

คือเจตนาของคนที่ค้นหา แบ่ง 4 ประเภท:

| Intent | ตัวอย่าง | Content ที่เหมาะ |
| --- | --- | --- |
| Informational | "รองเท้าวิ่งดีอย่างไร" | Blog, How-to |
| Navigational | "Shopee รองเท้า Nike" | Brand page |
| Commercial | "เปรียบเทียบรองเท้าวิ่ง 2569" | Comparison article |
| Transactional | "ซื้อรองเท้าวิ่งออนไลน์ราคาถูก" | Product page |

ทำ product page แต่ keyword เป็น informational intent Google อาจไม่ rank

## ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

- ใช้ keyword ที่คนไม่ค้นหา, content ดีแค่ไหนก็ไม่มีคนเจอ

- โฟกัส short-tail แข่งขันสูง, ชนะยาก หา long-tail แทน

- ไม่อัพเดท keyword list, พฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนตามเทรนด์

- ยัด keyword เกิน (Keyword stuffing), Google ลงโทษ

- ไม่ดู Search Intent, คนค้นหาอยากรู้อะไรกันแน่?

## FAQ

ถาม: ร้านเล็ก ๆ ต้องทำ Keyword Research ไหม?
ตอบ: ต้อง โดยเฉพาะถ้ามีเว็บ แม้ขายแค่ Shopee การรู้ว่าลูกค้าค้นหาอะไรช่วยตั้งชื่อสินค้าได้ตรงขึ้น

ถาม: Keyword ดี ค้นหากี่ครั้ง/เดือนถึงพอ?
ตอบ: แล้วแต่ niche บาง niche เฉพาะ 200 ครั้ง/เดือนก็ดีมากถ้า convert rate สูง

ถาม: ควรใช้กี่ keyword ต่อหน้า?
ตอบ: 1 keyword หลัก + 2-3 keyword รอง (semantic) ที่เกี่ยวข้อง อย่ายัดหลาย keyword หลักในหน้าเดียว
