# ศัพท์ร้านค้าออนไลน์ 2569: ครบทุกหมวดที่แม่ค้าต้องรู้

> https://sellerpao.com/blog/ecommerce-glossary-mega
> เผยแพร่: 2026-08-23T08:55:00+07:00
> อัปเดตล่าสุด: 2026-09-02T03:00:44Z

> AEO_INTRO: ศัพท์ร้านค้าออนไลน์ที่แม่ค้าต้องรู้ในปี 2569 รวมครบ 7 หมวดในหน้าเดียว: สต๊อกและสินค้า, ช่องทางขาย, การเงินและภาษี, ขนส่ง, ไลฟ์สด, การตลาด และศัพท์แสลงทั่วไป รวม 144 คำ บทความนี้รวบรวมจาก 3 แหล่งของ Seller Pao เขียนอธิบายใหม่ทุกคำ พร้อมค่าธรรมเนียมจริงอัปเดต ส.ค. 2569 และตัวเลขกฎหมายภาษีล่าสุด

ตารางสรุปหมวดศัพท์ทั้งหมด 144 คำ

| หมวด | จำนวนคำ | ตัวอย่าง | ใช้ตอนไหน |
| --- | --- | --- | --- |
| สต๊อกและสินค้า | 28 | SKU, dead stock, WMS, FBA | จัดการคลัง นับของ เติมสต๊อก |
| ช่องทางขายและโมเดลธุรกิจ | 19 | Marketplace, dropshipping, OMS, ERP | เลือกช่องทาง วางโครงสร้างร้าน |
| การเงิน ค่าธรรมเนียม และภาษี | 20 | ค่าคอมมิชชัน, VAT, WHT, e-Tax | ตั้งราคา ยื่นภาษี เช็คกำไร |
| ขนส่งและพัสดุ | 17 | Tracking number, EMS, ใบปะหน้า | เลือกขนส่ง ติดตามพัสดุ |
| ไลฟ์สดและแชท | 26 | CF, CC, รส., ปักหมุด | ไลฟ์ขายของ ตอบคอมเมนต์ |
| การตลาดและวัดผล | 26 | ROAS, GMV, CAC, CTR | ยิงแอด วิเคราะห์ยอดขาย |
| ศัพท์แสลงทั่วไป | 8 | เปย์, ป้ายยา, ของขึ้น | คุยกับลูกค้าในโซเชียล |

## ศัพท์สต๊อกสินค้าและคลัง

กลุ่มที่กระทบเงินจริงที่สุด ผิดนิดเดียวคือเงินหายทันที เริ่มจากคำที่เจอทุกวันในระบบหลังร้าน:

- Stock (สต๊อก): จำนวนสินค้าคงเหลือในคลัง ขายออกหรือรับของเข้าเมื่อไหร่ ตัวเลขต้องเปลี่ยนทันที ร้านหลายช่องทางควรมีสต๊อกกลางก้อนเดียว ไม่งั้นขายซ้อน

- Inventory (อินเวนทอรี): สินค้าคงคลังทั้งหมดของร้าน รวมทุกชิ้น ทุกรุ่น ทุกสี ถ้ายอดรวมไม่ตรงกับของจริงในโกดัง แปลว่ามีของรั่วระหว่างทาง

- SKU (เอส-เค-ยู / Stock Keeping Unit): รหัสประจำสินค้า 1 แบบ เสื้อยืดสีดำไซส์ M คือ 1 SKU สีดำไซส์ L คืออีก 1 SKU ตั้งรหัสให้ตรงกันทุกแพลตฟอร์ม ระบบจะจับคู่สินค้าได้แม่น

- SKU variant (วาเรียนต์): รหัสย่อยของสินค้าแม่ เช่น เสื้อยืดสีดำมีไซส์ S/M/L แยกเป็น 3 variant แต่ละ variant ต้องมีสต๊อกของตัวเอง เวลาขายของหลายสีหลายไซส์ คำนี้ช่วยให้หยิบของไม่ผิด

- Barcode (บาร์โค้ด): รหัสแท่งที่สแกนแล้วเจอข้อมูลสินค้า ต่างจากรหัส SKU ภายในร้าน บาร์โค้ดมาตรฐานสากลเป็นเลข 13 หลัก (EAN/GTIN) ส่วน SKU เป็นรหัสที่ร้านตั้งเองก็ได้

- In stock / Out of stock (อิน-สต๊อก / เอาต์-ออฟ-สต๊อก): มีของพร้อมส่ง / ของหมด หน้าเพจแสดงสถานะนี้ ถ้าระบบบอกหมดทั้งที่ของยังมี ยอดขายหายเงียบๆ เพราะลูกค้าโผล่มาหน้าเพจแล้วกดซื้อไม่ได้

- Low stock (โลว์-สต๊อก): สต๊อกเหลือน้อย ใกล้ถึงเกณฑ์ที่ต้องสั่งเพิ่ม ระบบที่ดีจะตั้งเตือนอัตโนมัติเมื่อถึงจุดนี้

- Safety stock (เซฟตี้-สต๊อก): สต๊อกสำรองกันของขาด เผื่อยอดพุ่งหรือของจากโรงงานมาช้า ร้านทั่วไปเผื่อ 7, 14 วันของยอดขายปกติ

- Reorder point (รีออร์เดอร์-พอยต์): ตัวเลขที่บอกว่าถึงเวลาสั่งของแล้ว เช่น เหลือ 35 ชิ้นต้องสั่ง ไม่ต้องเดาเอาตอนเหลือ 3 ชิ้นแล้วรีบสั่ง

- Dead stock (เดด-สต๊อก): ของค้างคลังขายไม่ออก เงินจมเป็นเดือน ทางออกคือลดราคาหรือจัดโปรดึงออกมาให้เร็ว ก่อนที่ของจะเก่าและขายยากขึ้น

- Lot / Batch (ล็อต / แบตช์): รุ่นหรือล็อตการผลิต จำเป็นกับอาหารและเครื่องสำอางที่มีวันหมดอายุ ใช้ไล่ดูว่าล็อตไหนขายช้า

- Expiry date (เอ็กซ์ไพรี-เดต): วันหมดอายุ เช็คก่อนส่งทุกรอบโดยเฉพาะสินค้าอาหารและสกินแคร์ ส่งของหมดอายุไปคือเปิดเรื่องร้องเรียนให้ตัวเอง

- Stock discrepancy (ดิสเครแพนซี): สต๊อกในระบบไม่ตรงกับของจริง เกิดจากนับผิด ส่งผิด คืนสินค้าไม่บันทึก ปล่อยไว้นานยอดขายต่อเดือนเริ่มมั่ว

- Backorder (แบ็คออร์เดอร์): ลูกค้าสั่งซื้อแล้วแต่ของหมด ต้องรอของเข้าก่อนส่ง ควรแจ้งระยะเวลารอให้ชัด ลูกค้าไม่ชอบรอแบบไม่มีกำหนด

- Restock (รีสต๊อก): เติมสต๊อกสินค้าที่หมดหรือใกล้หมด ระบบที่ดีจะส่ง restock alert เมื่อสต๊อกถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ

- Warehouse (แวร์เฮาส์): คลังสินค้าหรือโกดัง เก็บของกลางก่อนกระจายไปแต่ละช่องทาง ร้านที่โตแล้วมักมีหลายคลังและต้องรู้ว่าของอยู่คลังไหน

- WMS (ดับเบิลยู-เอ็ม-เอส / Warehouse Management System): ระบบจัดการคลังสินค้า ดูแลรับเข้า จัดเก็บ เบิกจ่าย และนับสต๊อกในโกดัง ต่างจากระบบขายหน้าร้าน

- FBA (เอฟ-บี-เอ / Fulfillment by Amazon): บริการของ Amazon ที่รับของไปเก็บคลังในอเมริกา แล้วจัดการหยิบ-แพ็ก-ส่งให้ทุกครั้งที่มีออเดอร์ ผู้ขายไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ใช้ตัวนี้ตัดงานหลังบ้านได้เกือบหมด

- Lead time (ลีด-ไทม์): เวลารอของจากซัพพลายเออร์ เช่น สั่งเสื้อยืดแล้วรอ 7 วัน รู้ lead time ของทุกรายการ วางแผนสต๊อกไม่พลาด

- Unit cost (ยูนิท-คอสต์): ต้นทุนต่อหน่วย เช่น ซื้อเสื้อตัวละ 120 บาท ตัวเลขนี้คือจุดเริ่มต้นของการตั้งราคาขาย

- Selling price (เซลลิง-ไพรซ์): ราคาขายที่ลูกค้าจ่าย ก่อนหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ตั้งราคาต้องเผื่อค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมธุรกรรม และ platform fee ด้วย

- Discount (ดิสเคาน์): ส่วนลด คิดจากราคาเต็มก่อนลด ก่อนตั้งโปรดต้องรู้ว่าส่วนลดตัวนั้นหักจากกำไรเท่าไหร่

- Gross profit (โกรส-พรอฟิต): กำไรขั้นต้น คำนวณจากราคาขายลบต้นทุนสินค้า ยังไม่หักค่าใช้จ่ายอื่น

- Net profit (เน็ต-พรอฟิต): กำไรสุทธิ คำนวณจากกำไรขั้นต้นลบค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมค่าธรรมเนียม ค่าส่ง ค่าโฆษณา ตัวเลขนี้คือเงินที่เหลือเข้าบัญชีจริง

- Order (ออร์เดอร์): คำสั่งซื้อจากลูกค้า 1 รายการ ระบบที่ดีจะดึงออเดอร์จากทุกช่องทางมารวมกัน แล้วหักสต๊อกกลางทันที

- Listing (ลิสติง): หน้ารายการสินค้าบนแพลตฟอร์ม ประกอบด้วยชื่อ ราคา รูป และรายละเอียด Listing ที่ดีคือรูปชัด คีย์เวิร์ดครบ

- Variation (วาริเอชัน): ตัวเลือกสินค้าใน 1 listing เช่น สี ไซส์ ลูกค้าเลือก variation ก่อนกดสั่ง แต่ละ variation ควรผูกกับ SKU ของตัวเอง

- Fulfillment (ฟูลฟิลเมนต์): กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่รับออเดอร์ หยิบของ แพ็ก จนถึงส่งออก มีบริษัทรับจ้าง fulfillment ดูแลแทนร้านได้ทั้งสาย

ร้านที่ขายหลายช่องทางพร้อมกัน ระบบจัดการสต๊อกที่ดีจะหักของอัตโนมัติทุกออเดอร์จากทุกช่องทาง อ่านวิธีซิงค์สต๊อกไม่ให้ขายทับได้ในบทความ [วิธีซิงค์สต๊อกข้ามช่องทาง](https://sellerpao.com/how-to/sync-stock-marketplace) และดูศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับคุยกับซัพพลายเออร์เพิ่มใน [ศัพท์สต๊อกสินค้าภาษาอังกฤษ](https://sellerpao.com/blog/english-terms-online-sellers)

## ศัพท์ช่องทางขายและโมเดลธุรกิจ

เลือกช่องทางก่อน เลือกโมเดลการขายให้ตรงกับขนาดร้าน แล้วค่อยลงทุนระบบ:

- E-commerce (อีคอมเมิร์ซ): การซื้อขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ตลาด B2C ไทยปี 2569 ประเมินไว้ราว 1.6 ล้านล้านบาท (เดลินิวส์, 21 ส.ค. 2026) ตัวเลขใหญ่พอที่แม่ค้าต้องจริงจังกับระบบหลังบ้าน

- Marketplace (มาร์เก็ตเพลส): ตลาดกลางออนไลน์แบบ Shopee, Lazada, TikTok Shop มีคนเข้าช้อปเยอะ แต่แลกกับค่าคอมมิชชันและกฎของแพลตฟอร์ม

- Social commerce (โซเชียลคอมเมิร์ซ): ขายผ่านโซเชียลโดยตรง ทั้ง Facebook, Instagram, LINE ใกล้ชิดลูกค้า แต่ต้องจัดการออเดอร์เองทุกช่องทาง

- Live commerce (ไลฟ์คอมเมิร์ซ): ขายของผ่านไลฟ์สดบน TikTok Shop และ Facebook Live ช่องทางหลักของแม่ค้าไทยในตอนนี้ ครีเอเตอร์บน TikTok Shop มีกว่า 5 ล้านราย (ไทยรัฐ, 2569)

- Omni-channel (อมนิแชนแนล): ขายทุกช่องทางพร้อมกันแล้วรวมออเดอร์มาที่เดียว ร้านเดียวหลายหน้าต่าง ไม่ใช่หลายร้านแยกกัน

- O2O (โอ-ทู-โอ / Online to Offline): ลูกค้าเห็นของออนไลน์แล้วมารับของหรือซื้อหน้าร้านจริง ร้านที่มีสโตร์อยู่แล้วใช้ช่องทางนี้ดึงคนเข้าหน้าร้านได้

- D2C (ดี-ทู-ซี / Direct to Consumer): ขายตรงถึงผู้บริโภค ไม่ผ่านคนกลาง เช่น แบรนด์ที่ขายผ่านเว็บของตัวเอง กำไรต่อชิ้นสูงกว่า แต่ต้องหาลูกค้าเองทั้งหมด

- B2B / B2C / C2C (บี-ทู-บี / บี-ทู-ซี / ซี-ทู-ซี): โมเดลขายสามแบบ: ธุรกิจขายให้ธุรกิจ, ธุรกิจขายให้ผู้บริโภค, และคนทั่วไปขายให้คนทั่วไป แต่ละแบบกำหนดราคาและโปรโมชันต่างกัน

- Dropshipping (ดรอปชิปปิง): ขายโดยไม่เก็บสต๊อก สั่งจากซัพพลายเออร์เมื่อมีออเดอร์แล้วส่งตรงถึงลูกค้า เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่อยากเสี่ยงเงินก้อน แต่กำไรต่อชิ้นบาง

- Pre-order (พรีออร์เดอร์): ขายแบบสั่งจองก่อน ของมาทีหลัง เหมาะกับสินค้าใหม่หรือสินค้าพรีเมียม แต่ต้องกำหนดเวลาส่งให้ชัด ลูกค้าไม่ชอบรอนานเกินกำหนด

- Wholesale (โฮลเซล): ขายส่งเป็นจำนวนมาก ราคาต่อหน่วยถูกกว่า เห็นบ่อยในกลุ่มผู้ค้าส่งและห้างสรรพสินค้า

- Consignment (คอนซิกเมนต์): ฝากขาย รับของคนอื่นมาขายแล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ เจอบ่อยในร้านเสื้อผ้าและร้านขายงานคราฟต์

- Shop-in-shop (ช็อป-อิน-ช็อป): ร้านแบรนด์ที่เปิดภายในแพลตฟอร์ม มีหน้าต่างร้านแยกจากร้านทั่วไป ค่าธรรมเนียมและสิทธิพิเศษต่างกัน

- Official store (ออฟฟิเชียล-สโตร์): ร้านอย่างเป็นทางการของแบรนด์บนแพลตฟอร์ม มักได้ป้ายรับรองและค่าคอมมิชชันต่างจากร้านทั่วไป

- Reseller (รีเซลเลอร์): คนรับของมาขายต่อ ไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์ ต้องระวังเรื่องโซนขายและราคาขายปลีกที่แบรนด์กำหนด

- Cross-border e-commerce (ครอส-บอร์เดอร์): ขายข้ามประเทศ เช่น ส่งออกไปจีน อเมริกา หรือประเทศเพื่อนบ้าน ต้องรู้เรื่องภาษีนำเข้าและค่าขนส่งระหว่างประเทศก่อนเปิดขาย

- OMS (โอ-เอ็ม-เอส / Order Management System): ระบบจัดการออเดอร์รวมทุกช่องทาง Shopee, Lazada, TikTok, Facebook, LINE มาอยู่ที่เดียว หักสต๊อกกลางอัตโนมัติ และส่งต่อไปยังขนส่ง

- ERP (อี-อาร์-พี / Enterprise Resource Planning): ระบบรวมทั้งธุรกิจ บัญชี การเงิน สต๊อก ผลิต เข้าด้วยกัน OMS เป็นส่วนหนึ่งของ ERP ร้านเล็กเริ่มจาก OMS ก่อนพอ

- POS (พี-โอ-เอส / Point of Sale): ระบบขายหน้าร้านจริง ใช้ขายในสโตร์หรือตลาดนัด ตัดสต๊อกและออกใบเสร็จได้ทันที

## ศัพท์การเงิน ค่าธรรมเนียม และภาษี

หมวดที่แม่ค้าพลาดแล้วเงินหายเงียบๆ ตัวเลขทุกตัวในหมวดนี้อัปเดตปี 2569:

- COD (ซี-โอ-ดี / Cash on Delivery): เก็บเงินปลายทาง ลูกค้าจ่ายตอนรับพัสดุ ช่องทางยอดนิยมของไทย แต่ค่าธรรมเนียมธุรกรรมถูกหักจากยอดนี้ และร้านแบกรับความเสี่ยงพัสดุตีกลับ

- Commission / ค่าคอมมิชชัน: เปอร์เซ็นต์ที่แพลตฟอร์มหักเมื่อขายได้ กลางปี 2569 Shopee และ Lazada ปรับขึ้นเกือบทุกหมวดราว 2% โดย Shopee มีผล 4 ส.ค. 2569 และ Lazada มีผล 1 ส.ค. 2569 อัตราร้านทั่วไปตอนนี้อยู่ที่ Shopee 7.49, 17.12%, Lazada 6.96, 17.12%, TikTok Shop 5.35, 6.42% (FlowAccount, อัปเดต 10 ส.ค. 2569)

- Transaction fee / ค่าธรรมเนียมธุรกรรม: ค่าใช้จ่ายในการรับเงินจากลูกค้า อัตรา 3.21% รวม VAT ของยอดออเดอร์รวมค่าส่ง ทั้ง 3 แพลตฟอร์มเก็บอัตราเดียวกัน ส่วน Shopee ถ้าลูกค้าผ่อนบัตรเครดิต อัตราสูงขึ้นเป็น 5.35, 7.49% ตามงวด (FlowAccount, 2569)

- Platform fee: ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน 1.07 บาทต่อออเดอร์ Shopee เก็บทุกออเดอร์สำเร็จ TikTok เก็บเฉพาะร้านที่ขายเกิน 100 ชิ้นใน 30 วัน ส่วน Lazada ไม่เก็บ ส่วนร้าน Shopee ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวโดนค่ารักษาบัญชี 20 บาทต่อเดือน (FlowAccount, 2569)

- Payment gateway fee: ค่าธรรมเนียมตัวกลางรับชำระเงิน เช่น บัตรเครดิตหรือ e-wallet นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ร้านที่ขายผ่านเว็บตัวเองต้องคิดส่วนนี้ในการตั้งราคาด้วย

- Payout cycle / รอบเงิน: รอบที่แพลตฟอร์มโอนเงินเข้าบัญชี แต่ละแพลตฟอร์มมีรอบไม่เหมือนกัน ต้องเผื่อเงินหมุนเวียน 1, 2 รอบ ไม่งั้นขายดีแต่เงินสดติด

- E-wallet (อีวอลเล็ต): กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ เช่น ShopeePay ใช้จ่ายในแพลตฟอร์มหรือโอนออกได้

- Slip (สลิป): หลักฐานการโอนเงิน ใช้ยืนยันกับลูกค้า ร้านต้องมีวิธีตรวจสลิปปลอมก่อนปล่อยของ

- Refund (รีฟันด์): การคืนเงินให้ลูกค้าเมื่อสินค้าเสียหายหรือลูกค้ายกเลิก ต้องรู้กฎของแต่ละแพลตฟอร์มว่าใครรับผิดชอบค่าส่งในกรณีไหน

- Invoice (อินวอยซ์): ใบแจ้งหนี้ ออกก่อนหรือตอนสั่งซื้อเพื่อเรียกเก็บเงิน ต่างจากใบเสร็จที่ยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว

- Receipt (รีซีต): ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานว่าได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว ควรเก็บให้ครบทุกใบสำหรับทำบัญชี

- VAT (วี-เอ-ที / ภาษีมูลค่าเพิ่ม): ภาษีขายอัตรา 7% ที่ครม. ต่ออายุต่อเนื่อง (ฐานเศรษฐกิจ, 2569) ร้านที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อ่านเงื่อนไขเต็มใน [ขายออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม? VAT 1.8 ล้านคืออะไร](https://sellerpao.com/blog/online-store-tax-accounting-guide-thailand)

- WHT (ดับเบิลยู-เอช-ที / ภาษีหัก ณ ที่จ่าย): ภาษีที่ผู้จ่ายเงินหักไว้ตอนจ่ายค่าบริการ เช่น ค่าคอมมิชชันหรือค่าโฆษณา อัตรามาตรฐาน 3% ของค่าบริการ ผู้รับเงินเอาใบรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปใช้ลดหย่อนตอนยื่นภาษีได้

- e-Tax Invoice / e-Receipt (อีแทกซ์-อินวอยซ์): ใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ภาครัฐต่ออายุมาตรการ 2 ปี: หักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า และลดหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% เมื่อหักผ่านระบบ e-Withholding (Money & Banking, 2569) ร้านที่ทำบัญชีดิจิทัลควรเริ่มใช้

- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ภาษีที่คนขายของออนไลน์ต้องยื่นจากรายได้ เกณฑ์ยื่นปี 2569 คือรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปีสำหรับคนโสด และ 220,000 บาทต่อปีสำหรับคนสมรส (Techvision, 2569)

- COGS (ซี-โอ-จี-เอส / ต้นทุนขาย): ต้นทุนของสินค้าที่ขายออกไป ใช้คำนวณกำไรขั้นต้น ยิ่งคุม COGS ได้ กำไรยิ่งชัดเจน

- Gross profit margin (อัตรากำไรขั้นต้น): กำไรขั้นต้นคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย เช่น ขาย 500 บาท ต้นทุน 250 บาท margin 50%

- Break-even point (เบรก-อีเวน): จุดคุ้มทุน จำนวนชิ้นหรือยอดขายที่รายได้เท่ากับต้นทุนรวม ขายถึงจุดนี้แล้วเริ่มมีกำไร

- Cash flow (แคช-โฟลว์): เงินสดหมุนเวียนเข้า-ออกร้าน ขายดีแต่เงินเข้าช้าเพราะรอบโอนนาน ร้านก็ฝืดได้ ต้องเผื่อสภาพคล่องไว้เสมอ

- Margin / Markup (มาร์จิน / มาร์กอัป): สองวิธีคิดกำไรที่คนสับสนบ่อย margin คือกำไรเทียบกับยอดขาย ส่วน markup คือบวกจากต้นทุน เช่น ต้นทุน 100 ขาย 150 เท่ากับ margin 33% แต่ markup 50%

## ศัพท์ขนส่งและพัสดุ

ค่าส่งเป็นต้นทุนที่ขยับบ่อย อัปเดตทุกครั้งที่ขนส่งปรับเรท:

- Tracking number (แทรกกิง-นัมเบอร์): เลขพัสดุที่ลูกค้าใช้เช็คตำแหน่งของ ส่งให้ลูกค้าทันทีหลังแพ็คเสร็จ ลดคำถาม "ของอยู่ไหน" ได้เยอะ

- Drop-off (ดรอป-ออฟ): นำพัสดุไปส่งที่จุดรับของบริษัทขนส่ง เช่น สาขา Kerry จุด Flash Express หรือตู้ Shopee Xpress

- Shipping fee / ค่าจัดส่ง: คิดได้ 3 แบบ: เหมาเท่ากันทุกราคา (flat rate), คิดตามน้ำหนัก หรือส่งฟรีเมื่อซื้อถึงขั้นต่ำ

- Shipping point: จุดที่บริษัทขนส่งมารับพัสดุจากร้าน บางเจ้ามีบริการรับถึงบ้าน บางเจ้าต้องนำส่งเองที่สาขา

- Return / พัสดุตีกลับ: ของที่ส่งไปแล้วลูกค้าไม่รับหรือตีกลับมา ต้นทุนตรงนี้หลายร้านมองข้าม ทั้งค่าส่งเที่ยวกลับและค่าจัดการ

- ใบปะหน้า (Shipping label): ป้ายติดกล่องระบุผู้ส่ง ผู้รับ และเลขพัสดุ ปริ้นจากระบบหลังบ้านได้ ลดการกรอกมือที่ผิดพลาด

- Last mile (ลาสต์-ไมล์): ขั้นตอนสุดท้ายของการส่งของจากคลังถึงมือลูกค้า เป็นช่วงที่แพงและช้าที่สุดของห่วงโซ่ขนส่ง

- Cubic weight (คิวบิก-เวท): น้ำหนักปริมาตร คิดจากขนาดกล่องไม่ใช่น้ำหนักจริง ของเบาแต่กล่องใหญ่โดนคิดตามคิวบิก แพ็คให้กระชับช่วยลดค่าส่งได้

- ไปรษณีย์ลงทะเบียน (Registered): บริการของไปรษณีย์ไทย ราคาถูกกว่า EMS แต่ช้ากว่า มีเลขติดตามทุกรายการ

- EMS (อี-เอ็ม-เอส): ส่งด่วนของไปรษณีย์ไทย เร็วกว่าลงทะเบียน ค่าใช้จ่ายสูงกว่า ไปรษณีย์ไทยปรับเซอร์ชาร์จน้ำมัน EMS และ eCo Post ขึ้น 3 บาทต่อชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2569 (Forbes Thailand, 2569)

- Kerry Express (เคอร์รี): บริษัทขนส่งด่วน เครือข่ายสาขากว้าง เก็บเงินปลายทางได้ นิยมกับร้านออนไลน์ไทยมานาน

- Flash Express (แฟลช): ขนส่งด่วนที่ราคาสู้ในตลาดไทย จุดเด่นคือราคาถูกและโปรโมชันบ่อย ต้องเทียบอัตราจริงต่อเดือน ไม่ใช่เลือกจากโปรหน้าร้าน

- J&T Express (เจ-แอนด์-ที): ขนส่งด่วนจากจีน ขยายสาขาเร็ว ราคาแข่งขันสูง นิยมกับร้านที่ส่งปริมาณมาก

- Shopee Xpress / SPX Express (เอส-พี-เอ็กซ์): ขนส่งในเครือ Shopee มีตู้รับส่งพัสดุและเก็บเงินปลายทางกับออเดอร์ Shopee ดูรายละเอียดเพิ่มใน [Shopee Xpress คืออะไร](https://sellerpao.com/blog/what-is-shopee-xpress)

- Nim Express (นิม-เอ็กซ์เพรส): ขนส่งสัญชาติไทยจากเชียงใหม่ มีตู้ Nim Pick Up ให้ส่งของได้ 24 ชม. เหมาะกับร้านที่ส่งเยอะ อ่านเพิ่มใน [Nim Express คืออะไร](https://sellerpao.com/blog/what-is-nim-express-2569)

- Eco Post / eCo Post (อีโค-โพสต์): บริการพัสดุราคาประหยัดของไปรษณีย์ไทย รับของได้ถึง 10 กิโลกรัม ส่งถึงมือลูกค้า 2, 5 วันทำการ เหมาะกับสินค้าที่ลูกค้าไม่เร่ง อ่านเพิ่มใน [ECO Post คืออะไร](https://sellerpao.com/blog/what-is-eco-post-2569)

- บริษัทขนส่งหลักในไทย: Kerry, Flash, J&T, Shopee Xpress, Nim Express และไปรษณีย์ไทย แต่ละเจ้าอัตราและความเร็วต่างกัน ร้านที่ขายเยอะควรเทียบราคาต่อเดือนจริงจากยอดส่งของตัวเอง

## ศัพท์ไลฟ์สดและแชท

ไลฟ์ขายของมีคำย่อที่ลูกค้าพิมพ์กันเป็นรหัส แปลไม่ออกคือเสียลูกค้าไปต่อหน้า คำชุดนี้รวมจากบทความ [คำย่อในไลฟ์ขายของ](https://sellerpao.com/blog/live-selling-slang-glossary-thai) ของ Seller Pao:

- F: จองไว้ก่อน ย่อมาจาก Confirm แต่ใช้แบบเบากว่า ยังไม่จ่ายเงิน หลายร้านถือว่าไม่ผูกมัด ต้องดูที่ร้านประกาศ

- CF (ซี-เอฟ / Confirm): ยืนยันซื้อ ตกลงเอาจริง พร้อมโอนหรือเก็บปลายทาง คำที่หนักแน่นที่สุดในกลุ่มคำย่อไลฟ์

- CF1 / CF2 / CF3: ลำดับคิว CF1 คือคิวแรก ถ้าคิวแรกไม่โอน คิว 2 ได้ของต่อ แต่บางร้านใช้เลขนี้แทนจำนวนชิ้น เช่น CF2 คือเอา 2 ชิ้น ต้องดูที่ร้านประกาศ

- CF no CC: ยืนยันแล้วห้ามยกเลิก ร้านที่เจอลูกค้ายกเลิกบ่อยมักเขียนกำกับไว้ตั้งแต่เปิดไลฟ์

- CC (ซี-ซี / Cancel): ขอยกเลิก ไม่เอาสินค้าชิ้นนั้นแล้ว ไม่ใช่เก็บเงินปลายทาง ใครพิมพ์ CC ร้านต้องยกเลิกออเดอร์ให้ทันที

- รส.: รวมส่ง ราคาที่บอกไว้รวมค่าขนส่งแล้ว ไม่บวกเพิ่มตอนจ่าย

- มรส.: ไม่รวมส่ง ราคาสินค้าอย่างเดียว ค่าส่งคิดเพิ่มต่างหาก ต่างจาก รส. แค่ตัวเดียวแต่ราคาจริงที่จ่ายต่างกันหลายสิบบาท

- COD / ปลายทาง: เก็บเงินปลายทาง จ่ายตอนรับพัสดุ ในไลฟ์ถ้าอยากจ่ายปลายทางต้องพิมพ์คำนี้ ไม่ใช่ CC

- พอ.: พร้อมโอน ลูกค้าบอกว่าพร้อมจ่ายแล้ว ขอเลขบัญชี

- พพ.: พร้อมเพย์ ลูกค้าจะจ่ายผ่าน PromptPay

- พน.: พรุ่งนี้ ใช้บอกรอบส่ง เช่น ปิดออเดอร์วันนี้ ส่งพรุ่งนี้

- ลค.: ลูกค้า ร้านใช้เรียกลูกค้าตอนพิมพ์เร็วๆ ในคอมเมนต์

- ลบช.: เลขบัญชี ลูกค้าขอเลขบัญชีเพื่อโอนเงิน

- ลทบ.: ลงทะเบียน ส่งแบบไปรษณีย์ลงทะเบียน ถูกกว่า EMS แต่ช้ากว่า

- RG / REG: ลงทะเบียนแบบภาษาอังกฤษ ใช้แทน ลทบ. ได้

- พต.: เพิ่มเติม ขอรายละเอียดเพิ่ม หรือสั่งเพิ่มจากรอบก่อน

- ตย.: ตัวอย่าง ขอรูปหรือคลิปตัวอย่างสินค้าตัวจริง

- สต.: ส่วนตัว ขอคุยเป็นส่วนตัว ไม่คุยในคอมเมนต์

- IB (อินบ็อกซ์): ทักแชทส่วนตัวไปคุยรายละเอียดหลังไมค์ ใช้กับ Facebook

- DM (ดี-เอ็ม / Direct Message): ทักข้อความส่วนตัว ใช้กับ Instagram

- PM (พี-เอ็ม / Private Message): ทักข้อความส่วนตัว ความหมายเดียวกับ IB ใช้สลับกันได้

- จอง: กันของไว้ ยังไม่จ่าย ต้องดูว่าร้านให้จองได้นานแค่ไหนก่อนปล่อย

- ปล่อย: สละสิทธิ์ที่จองไว้ คืนของเข้าคิวให้คนอื่น

- ต่อคิว: ขอเป็นคนถัดไป ถ้าคนแรกสละสิทธิ์

- ปักหมุด: ความหมายต่างกันสองฝั่ง ฝั่งคนซื้อพิมพ์ไว้ให้โพสต์เด้งกลับมาดู ไม่ใช่การจอง ฝั่งร้านใช้ตรึงการ์ดสินค้าขึ้นจอไลฟ์ให้คนที่เพิ่งเข้ามาเห็น

- ปักตะกร้า: ผูกสินค้าเข้าตะกร้าของแพลตฟอร์ม คนดูไลฟ์กดสั่งได้เองโดยไม่ต้องทักร้าน

คำย่อความหมายตรงกันทั่วประเทศจริงๆ มีแค่ 4 คำคือ CF (เอา), CC (ยกเลิก), รส. (รวมส่ง), มรส. (ไม่รวมส่ง) ส่วนที่เหลือเป็นกติกาของแต่ละร้าน ประกาศกติกาให้ชัดตอนเปิดไลฟ์ทุกครั้ง จะตัดปัญหาทะเลาะกลางไลฟ์ได้เกือบหมด

## ศัพท์การตลาดและวัดผล

ยิงแอดก่อนต้องอ่านตัวเลขเป็น ไม่งั้นเงินโฆษณาหายโดยไม่รู้สาเหตุ:

- Conversion rate (คอนเวอร์ชัน-เรต): เปอร์เซ็นต์คนที่กดซื้อจริงจากคนที่เข้ามาดู เช่น คนเข้าหน้าร้าน 100 คน ซื้อ 3 คน เท่ากับ 3% ยิ่งสูงแปลว่าหน้าร้านขายเก่ง

- AOV (เอ-โอ-วี / Average Order Value): ยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ คำนวณจากยอดขายรวมหารจำนวนออเดอร์ อยากให้สูงขึ้นก็ทำโปรแถมหรือตั้งขั้นต่ำส่งฟรี

- ROAS (โร-แอส / Return on Ad Spend): ผลตอบแทนจากเงินโฆษณา ยิงแอด 1,000 บาทได้ยอดขาย 4,000 บาท เท่ากับ ROAS 4 เท่า ตัวเลขนี้บอกว่าแคมเปญคุ้มหรือเปล่า

- GMV (จี-เอ็ม-วี / Gross Merchandise Value): มูลค่าสินค้ารวมที่ขายได้ ยังไม่หักค่าธรรมเนียม ค่าส่ง และส่วนลด ตัวเลขนี้แพลตฟอร์มและนักลงทุนใช้ดูขนาดร้าน ไม่ใช่เงินที่เข้ากระเป๋าจริง

- CAC (ซี-เอ-ซี / Customer Acquisition Cost): ต้นทุนเฉลี่ยที่ใช้หาลูกค้าใหม่ 1 คน เช่น ยิงแอด 10,000 บาทได้ลูกค้า 50 คน เท่ากับ CAC 200 บาทต่อคน

- ARPU (อาร์-พี-ยู / Average Revenue Per User): รายได้เฉลี่ยต่อลูกค้า 1 คน ใช้ดูว่าลูกค้าแต่ละคนสร้างรายได้เท่าไหร่ ยิ่งสูงแปลว่าร้านขายของแพงขึ้นหรือลูกค้าซื้อถี่ขึ้น

- CTR (ซี-ที-อาร์ / Click-Through Rate): เปอร์เซ็นต์คนเห็นโฆษณาแล้วกดเข้าไปดู เช่น เห็น 1,000 ครั้ง กด 50 ครั้ง เท่ากับ 5% โฆษณา CTR ต่ำแปลว่ารูปหรือข้อความไม่ดึงดูด

- Cart abandonment (คาร์ท-แอบันดันเมนต์): ลูกค้าใส่ของในตะกร้าแล้วไม่จ่ายเงิน งานวิจัย Metorik ปี 2026 วัดร้าน WooCommerce กว่า 6,000 ร้านพบว่าตะกร้าถูกทิ้ง 21% ถ้าร้านตัวเองสูงกว่านี้มาก แปลว่าขั้นตอนจ่ายเงินมีปัญหา

- Reach (รีช): จำนวนคนที่เห็นโพสต์หรือโฆษณา ยังไม่นับว่ากดหรือซื้อ

- Engagement (เอนเกจเมนต์): ปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ ไลก์ แชร์ คอมเมนต์ ยอดนี้บ่งบอกว่าคอนเทนต์โดนใจหรือไม่

- LTV (แอล-ที-วี / Lifetime Value): กำไรรวมจากลูกค้า 1 คนตลอดความสัมพันธ์ ลูกค้าประจำที่ซื้อซ้ำมี LTV สูงกว่าลูกค้าใหม่ที่ซื้อครั้งเดียว

- CPC (ซี-พี-ซี / Cost Per Click): ต้นทุนต่อการกดโฆษณา 1 ครั้ง ใช้ประเมินค่าใช้จ่ายแคมเปญแบบเน้นคลิก

- CPM (ซี-พี-เอ็ม / Cost Per Mille): ต้นทุนต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง ใช้กับแคมเปญที่เน้นการมองเห็นมากกว่าการคลิก

- SEO (เอส-อี-โอ): การทำให้เว็บติดหน้าแรกเวลาค้นหา ร้านที่ขายผ่านเว็บตัวเองควรทำควบคู่กับโฆษณา ต้นทุนระยะยาวต่ำกว่า

- SEM / ลงแอด: การซื้อโฆษณาให้โผล่หน้าผลค้นหาและโซเชียล เช่น Google Ads, Meta Ads, TikTok Ads

- UGC (ยู-จี-ซี / User Generated Content): คอนเทนต์จากลูกค้าจริง ทั้งรีวิวและรูปลองใช้จริง ใช้เป็นหลักฐานสังคมช่วยปิดการขายได้ดี

- KOL / Influencer (เค-โอ-แอล / อินฟลูเอนเซอร์): คนที่มีอิทธิพลบนโซเชียล รับจ้างรีวิวหรือไลฟ์ขายให้แบรนด์ ค่าตัวแพง แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายตรง

- Affiliate (แอฟฟิลิเอต): นายหน้าขายของ คอมมิชชันต่อยอดขาย เช่น TikTok Affiliate ให้คนอื่นช่วยป้ายยาแล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ จ่ายเมื่อขายได้เท่านั้น

- Upsell (อัปเซล): เสนอสินค้าแพงขึ้นหรือรุ่นใหญ่ขึ้นกับลูกค้าที่กำลังจะซื้อ เพิ่มยอดต่อออเดอร์โดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่

- Cross-sell (ครอสเซล): เสนอสินค้าเสริม เช่น ขายกล้องแล้วเสนอขาตั้งกล้อง ใช้คู่กับอัปเซลเพื่อดัน AOV

- Coupon (คูปอง): บัตรส่วนลด สร้างความเร่งรีบให้ตัดสินใจซื้อ ตั้งเงื่อนไขให้ชัดทั้งวงเงินและระยะเวลา

- Loyalty program (ลอยัลตี้-โปรแกรม): โปรแกรมสะสมแต้มหรือสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าประจำ ช่วยเพิ่มอัตราซื้อซ้ำและลดต้นทุนหาลูกค้าใหม่

- Flash sale (แฟลชเซล): ลดราคาแรงในช่วงเวลาสั้นๆ ใช้ดึงยอดและปลด dead stock

- FOMO (โฟ-โม): ความกลัวพลาดของ ลูกค้ารีบซื้อเพราะกลัวของหมดหรือโปรหมดเขต ใช้กับแคมเปญจำกัดเวลาได้ผลดี

- Seller rating (เซลเลอร์-เรตติง): คะแนนร้านบนแพลตฟอร์ม ยิ่งสูงยิ่งได้สิทธิ์โปรโมชันและความน่าเชื่อถือ

- Customer review (คัสโตเมอร์-รีวิว): รีวิวจากลูกค้าหลังได้รับสินค้า ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของคนถัดไปโดยตรง

## ศัพท์แสลงทั่วไปที่แม่ค้าใช้กันจริง

คำที่ไม่ได้อยู่ในระบบหลังบ้าน แต่เจอทุกวันในโซเชียลและแชทลูกค้า:

- เปย์: จ่ายเงินหรือซื้อของให้ เช่น ลูกค้าสายเปย์ หมายถึงกลุ่มที่ซื้อไม่คิดเยอะ เป้าหมายดีของแม่ค้า

- ป้ายยา: ชักชวนให้ซื้อหรือรีวิวแรงๆ จนคนอยากได้ตาม เจอบ่อยในคอนเทนต์รีวิวและไลฟ์

- ของขึ้น: สินค้าดังฉับพลัน ยอดขายพุ่งในเวลาสั้น มักตามกระแสโซเชียล ต้องเตรียมสต๊อกเผื่อไว้

- ไวรัล: คอนเทนต์ที่แพร่กระจายเร็ว ยอดแชร์มหาศาล หนึ่งคลิปไวรัลพาลูกค้าเข้าเพจได้เป็นพัน

- จัดโปร: จัดโปรโมชัน ลดราคาหรือแถมของ ใช้ดึงยอดช่วงที่ขายเงียบ

- แฮชแท็ก (#): ป้ายกำกับโพสต์ช่วยให้คนค้นหาเจอ ใช้คำที่ลูกค้าพิมพ์จริง ไม่ใช่คำที่ตัวเองคิดว่าคนจะพิมพ์

- แอดมิน: คนดูแลเพจ ตอบแชท จัดออเดอร์ หลายร้านเริ่มจากแอดมินคนเดียว ก่อนขยายทีม

- คอมเมนต์: ข้อความใต้โพสต์ ในไลฟ์คือช่องทางการจองซื้อ ต้องตอบให้ทัน ไม่งั้นลูกค้าหาย

## FAQ ศัพท์ร้านค้าออนไลน์ที่ถามบ่อย

### SKU กับ Barcode ต่างกันยังไง

SKU คือรหัสสินค้าที่ร้านตั้งเอง เช่น เสื้อยืดดำไซส์ M ใช้รหัส TS-BLK-M เพื่อแยกสินค้าในระบบ ส่วนบาร์โค้ดคือรหัสแท่งที่ใช้สแกน บาร์โค้ดมาตรฐานสากลเป็นเลข 13 หลัก (EAN/GTIN) ที่ระบุสินค้าทั่วโลก ร้านหลายร้านปริ้นบาร์โค้ดจากรหัส SKU ของตัวเองเพื่อใช้สแกนตอนหยิบของ

### OMS ERP WMS ต่างกันยังไง ต้องใช้ตัวไหนก่อน

OMS คือระบบจัดการออเดอร์รวมทุกช่องทาง หักสต๊อกกลางและส่งต่อขนส่ง ERP คือระบบรวมทั้งธุรกิจ ตั้งแต่บัญชี การเงิน สต๊อก ไปจนถึงผลิต ส่วน WMS คือระบบจัดการคลังสินค้าโดยเฉพาะ ร้านเล็กเริ่มจาก OMS ก่อน เพราะเป็นจุดที่เจ็บที่สุดตอนขายหลายช่องทาง แล้วค่อยขยับไป ERP เมื่อร้านโต

### ค่าคอมมิชชัน Shopee Lazada TikTok Shop ปี 2569 เท่าไหร่

อัปเดต ส.ค. 2569 ร้านทั่วไปอยู่ที่ Shopee 7.49, 17.12%, Lazada 6.96, 17.12%, TikTok Shop 5.35, 6.42% อัตราแตกต่างตามหมวด เช่น แฟชั่นสูงสุด ส่วนมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า และยังมีค่าธรรมเนียมธุรกรรม 3.21% ทุกแพลตฟอร์ม บวก platform fee 1.07 บาทต่อออเดอร์ของ Shopee และ TikTok (FlowAccount, อัปเดต 10 ส.ค. 2569)

### ขายของออนไลน์รายได้เท่าไหร่ต้องจด VAT

ร้านที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีเงินได้เมื่อรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปี (โสด) หรือ 220,000 บาทต่อปี (สมรส) VAT ยังคงอัตรา 7% ในปี 2569 หลังครม. ต่ออายุ อ่านเงื่อนไขเต็มในบทความ [ขายออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม? VAT 1.8 ล้านคืออะไร](https://sellerpao.com/blog/online-store-tax-accounting-guide-thailand)

### WHT คืออะไร แม่ค้าออนไลน์เจอตรงไหน

WHT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินหักไว้ตอนจ่ายค่าบริการ อัตรามาตรฐาน 3% เช่น จ่ายค่าคอมมิชชันหรือค่าโฆษณาให้คนอื่น ผู้รับเงินได้ใบรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายไปใช้ลดหย่อนตอนยื่นภาษี และถ้าหักผ่านระบบ e-Withholding อัตราลดเหลือ 1% ตามมาตรการ e-Tax ที่ต่ออายุ 2 ปี (Money & Banking, 2569)

### CF CC รส. มรส. ในไลฟ์แปลว่าอะไร

CF คือยืนยันซื้อ CC คือขอยกเลิก รส. คือรวมส่ง มรส. คือไม่รวมส่ง สี่คำนี้ความหมายตรงกันทั่วประเทศ พิมพ์ผิดคือเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะ CC ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเก็บเงินปลายทาง ความจริงคือยกเลิก ถ้าอยากจ่ายปลายทางต้องพิมพ์ COD หรือคำว่า ปลายทาง

### GMV AOV ROAS ต่างกันยังไง

GMV คือมูลค่าสินค้ารวมที่ขายได้ก่อนหักอะไร ใช้ดูขนาดร้าน AOV คือยอดเฉลี่ยต่อออเดอร์ ใช้ดูว่าลูกค้าซื้อทีละเท่าไหร่ ส่วน ROAS คือผลตอบแทนจากเงินโฆษณา ใช้ดูว่าแคมเปญแอดคุ้มหรือไม่ สามตัวนี้ดูคนละเรื่อง ใช้คู่กันจะเห็นภาพร้านทั้งระบบ

---

เริ่มใช้ศัพท์พวกนี้จากหมวดที่กระทบเงินจริงก่อน คือสต๊อกและการเงิน ตั้งรหัส SKU ให้เป็นระบบ รู้ค่าคอมมิชชันก่อนตั้งราคา แล้วค่อยเก็บหมวดอื่นทีละหมวด ร้านที่ขายหลายช่องทาง ลองให้ระบบจัดการออเดอร์ช่วยดึงออเดอร์จากทุกแพลตฟอร์มมาอยู่ที่เดียว หักสต๊อกอัตโนมัติ ดูฟีเจอร์ได้ที่[หน้าฟีเจอร์จัดการสต๊อกของ Seller Pao](https://sellerpao.com/features/inventory-management) หรืออ่าน[คู่มือจัดการออเดอร์หลายช่องทาง](https://sellerpao.com/blog/multichannel-order-management-guide) แล้วค่อยเริ่มปรับร้านทีละขั้นนะ

---

แหล่งอ้างอิง (URL จริง)

- Seller Pao. "สต๊อกสินค้า ภาษาอังกฤษ เขียนยังไง + คำศัพท์ร้านค้าออนไลน์" (15 ส.ค. 2569): https://sellerpao.com/blog/english-terms-online-sellers

- Seller Pao. "CF CC รส. มรส. แปลว่าอะไร รวมคำย่อในไลฟ์ขายของ" (25 ก.ค. 2569): https://sellerpao.com/blog/live-selling-slang-glossary-thai

- FlowAccount. "อัปเดตค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์ใน Shopee, Lazada และ TikTok Shop ล่าสุด [ปี 2569/2026]" (อัปเดต 10 ส.ค. 2569): https://flowaccount.com/blog/commission-fees-ecommerce-shopee-lazada-tiktok/

- เดลินิวส์. "ไทยเข้าสู่ยุค Speed Economy ตลาดอีคอมเมิร์ซโตเร็ว พุ่งแตะ 1.6 ล้านล้านบาท" (21 ส.ค. 2026): https://www.dailynews.co.th/news/5876634/

- Money & Banking. "คลังต่อเวลา 2 ปี หักภาษี 2 เท่าระบบ e-Tax ลดหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 1% ผ่าน e-Withholding" (2569): https://moneyandbanking.co.th/2026/250788/

- ฐานเศรษฐกิจ. "ครม.ไฟเขียวต่ออายุลดภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT อัตรา 7% อีก 1 ปี" (2569): https://www.thansettakij.com/economy/665013

- Forbes Thailand. "ไปรษณีย์ไทย ประกาศปรับเซอร์ชาร์จค่าเชื้อเพลิง บริการ EMS และ eCo Post เพิ่ม 3 บาท/ชิ้น เริ่ม 16 เม.ย. 2569": https://forbesthailand.com/news/it/thailand-post-announces-adjustment-to-fuel-surcharge-for-ems-service

- Metorik. "What Is a Good Cart Abandonment Rate? Ecommerce Benchmarks (2026)" (22 มิ.ย. 2026): https://cdn.metorik.com/blog/cart-abandonment-rate-benchmarks

- ไทยรัฐ. "ครีเอเตอร์ไทยกว่า 5 ล้านรายอยู่บน TikTok Shop" (2569): https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation/tech_companies/2924013

- Techvision. "เกณฑ์รายได้ที่ต้องยื่นภาษีออนไลน์ บุคคลธรรมดา 2569": https://www.techvisionaccounting.com/blogpost/personal-tax-filing-criteria-and-vat-threshold-2026

- Pantip. "ขายของใน Shopee / TikTok / Lazada เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่กันแน่? สรุปอัตราล่าสุด 2569" (2569): https://pantip.com/topic/44145170

*อัปเดตล่าสุด: 26 สิงหาคม 2569*
