# แนะนำ 5 เว็บ Dropship จีนที่ใช้จริงแล้วดี ฉบับ 2569

> https://sellerpao.com/blog/dropship-from-china-guide
> เผยแพร่: 2026-05-26T13:08:11.000Z
> อัปเดตล่าสุด: 2026-09-01T21:06:40Z

อยากขายของออนไลน์แต่ไม่มีทุนซื้อสต็อก ไม่มีที่เก็บ ไม่อยากยุ่งกับการแพ็กส่ง, Dropship คือโมเดลที่ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว

มาดู 5 เว็บ Dropship จากจีนที่คนขายออนไลน์ไทยใช้กันจริง พร้อมวิธีเริ่มต้นและสิ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะกฎใหม่ปี 2569 ที่เปลี่ยนเกมไปเยอะมาก

## Dropship ทำงานยังไง?

Dropship คือโมเดลที่คุณเป็นพ่อค้าคนกลาง:

1. โพสต์สินค้าขายบน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook หรือเว็บตัวเอง

1. ลูกค้าสั่ง คุณส่งออเดอร์ต่อให้ Supplier

1. Supplier ส่งของตรงถึงลูกค้า คุณไม่ต้องแตะสินค้าเลย

1. กำไรคือส่วนต่างระหว่างราคา Supplier กับราคาที่ตั้งขาย

## ข้อดีข้อเสียของ Dropship

### ข้อดี

- ต้นทุนต่ำมาก, ไม่ต้องซื้อสต็อก ไม่ต้องเช่าโกดัง

- สินค้าหลากหลาย, เปลี่ยนสินค้าได้ง่าย ทดลองตลาดได้

- ทำงานจากที่ไหนก็ได้, มีเน็ตก็บริหารร้านได้

- Scale ง่าย, เพิ่มสินค้าหรือช่องทางโดยไม่ต้องเพิ่มคลัง

### ข้อเสีย

- Margin ต่ำ, แข่งขันสูง หลายคนขายของเดียวกัน

- คุมคุณภาพไม่ได้ตรง ๆ, Supplier ส่งของเสีย ลูกค้าโกรธมาหาคุณ

- ส่งนาน, จากจีนทางทะเลอาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์

- สินค้าซ้ำกับคนอื่น, มาจากโรงงานเดียวกัน

## อัปเดตสำคัญ 2569: ภาษีนำเข้าและค่าขนส่งเปลี่ยนแล้ว

นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม Dropship จากจีนในปี 2569:

ยกเว้นภาษีนำเข้ามูลค่าต่ำถูกยกเลิกแล้ว (มกราคม 2569)

ก่อนหน้านี้ สินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่ตั้งแต่ มกราคม 2569 สิทธิ์นี้ถูกยกเลิก ทุกชิ้นที่นำเข้าต้องผ่านการประเมินภาษีตามปกติ

ผลกระทบตรง ๆ คือ:

- สินค้าชิ้นเล็กราคาต่ำที่เคยผ่านด่านง่าย ๆ อาจโดนเก็บภาษีเพิ่ม

- ต้นทุนต่อชิ้นสูงขึ้น กระทบ margin โดยตรง

- ต้องคำนวณ landed cost ใหม่ทั้งหมดก่อนตั้งราคา

ค่าขนส่งทางทะเลจีน-ไทย (อัปเดต 2569)

ทางทะเลยังเป็นตัวเลือกประหยัดที่สุด อยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท/กิโลกรัม ขึ้นกับ Forwarder และเส้นทาง เหมาะกับสินค้าน้ำหนักมากหรือ Supplier ที่ส่งแบบ consolidate

ทางอากาศเร็วกว่า แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า 3-5 เท่า ต้องดูว่า margin สินค้าคุ้มไหม

## 5 เว็บ Dropship จีน แนะนำปี 2569

### 1. AliExpress

เหมาะกับ: มือใหม่ที่ต้องการสินค้าหลากหลาย

แพลตฟอร์มค้าปลีกใหญ่สุดของจีนภายใต้ Alibaba Group สินค้ามากกว่า 100 ล้านรายการ

จุดเด่น:

- Supplier มากกว่า 10,000 ราย

- มีฟีเจอร์ค้นหาสินค้า trending

- ขนส่งให้เลือก 10 เจ้า เชื่อมกับ AliDropship plugin ได้

ระวัง: บางรายการมี MOQ คุณภาพไม่สม่ำเสมอ ต้องเช็ก review Supplier

เริ่มต้น: สมัครฟรีที่ aliexpress.com เลือกสินค้าที่มีเครื่องหมาย "Dropshipping"

### 2. CJDropshipping

เหมาะกับ: ร้านที่ต้องการราคาต่ำ sourcing จาก Taobao/1688

ออกแบบมาสำหรับ Dropshipper โดยเฉพาะ ราคามักถูกกว่า AliExpress

จุดเด่น:

- ราคาต่ำกว่า AliExpress โดยเฉลี่ย

- คลังสินค้าหลายประเทศ เชื่อม Shopify ได้ตรง

- Support ตอบ 24 ชั่วโมง

ระวัง: เว็บอาจซับซ้อนสำหรับมือใหม่ บางรายการ lead time นาน

เริ่มต้น: สมัครฟรีที่ cjdropshipping.com

### 3. DHgate

เหมาะกับ: ร้านที่เน้นสินค้าคุณภาพดี ส่งเร็ว

มีผู้ขายส่งกว่า 2 ล้านราย สินค้าจากโรงงานโดยตรง

จุดเด่น:

- คลังในสหรัฐฯ ส่งเร็วกว่าบางรายการ 3-15 วัน

- Refund ยุติธรรม รับ PayPal กับบัตรเครดิต

ระวัง: ราคาอาจสูงกว่า AliExpress บาง Supplier มี MOQ

เริ่มต้น: สมัครที่ dhgate.com เลือก Dropship program

### 4. Chinabrands

เหมาะกับ: ร้านที่ต้องการสินค้าหลากหลายพร้อมระบบจัดการครบ

Supplier จีน 5,000 ราย สินค้าตั้งแต่เสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬา ไปจนถึง Gadget

จุดเด่น:

- คลังหลายประเทศ ส่งด้วย ePacket และ DHL

- ระบบจัดการออเดอร์ครบ เชื่อม Shopify กับ WooCommerce

ระวัง: บางรายการต้องสมัคร premium ถึงเห็นราคาจริง เว็บอาจช้าบางช่วง

เริ่มต้น: chinabrands.com

### 5. Banggood

เหมาะกับ: ร้านที่เน้น electronics และ gadget

สินค้ากว่า 100,000 รายการ คลัง 37 แห่ง ทั่วโลก

จุดเด่น:

- ประกันสินค้า คืน/เปลี่ยนใน 30 วัน

- ควบคุมคุณภาพก่อนส่ง

- ช่องทางชำระหลากหลาย มี Dropship program พร้อม discount

ระวัง: เน้น electronics ถ้าขายอย่างอื่นตัวเลือกน้อย shipping บางเส้นทางนาน

เริ่มต้น: banggood.com สมัคร Dropship Program

## วิธีเริ่ม Dropship จากจีน Step by Step

### Step 1: เลือก Niche

อย่าขายทุกอย่าง เลือก niche ที่รู้จักและมีลูกค้าชัดเจน เช่น สินค้าสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ออกกำลังกาย ของแต่งบ้าน

### Step 2: คำนวณ Landed Cost ก่อนตั้งราคา

ปี 2569 ต้องคิดให้ครบ: ราคา Supplier + ค่าขนส่ง + ภาษีนำเข้า + ค่า platform ถึงจะรู้ว่า margin จริง ๆ เท่าไหร่

### Step 3: เลือกเว็บที่เหมาะกับสินค้า

แต่ละเว็บถนัดต่างกัน เลือกตามประเภทสินค้า

### Step 4: สมัคร Dropship Partner

บางเจ้าฟรี บางเจ้ามีค่าสมาชิก

### Step 5: ลงสินค้าบน platform ขาย

เอารูปกับรายละเอียดไปลง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Facebook ตั้งราคาให้มี margin พอ

### Step 6: รับออเดอร์ส่งต่อ Supplier

ลูกค้าสั่ง ก็ส่งออเดอร์ให้ Supplier แล้วตรวจ tracking แจ้งลูกค้า

### Step 7: ดูแล After-sale

ลูกค้าไม่ได้ของหรือของเสียหาย ต้องติดต่อ Supplier แก้ปัญหา ในสายตาลูกค้าความรับผิดชอบอยู่ที่คุณ

## FAQ เรื่อง Dropship จีน

Q: Dropship กำไรดีไหม?
A: Margin ประมาณ 20-50% ขึ้นกับสินค้าและ Supplier สินค้า niche ที่แข่งน้อยมักมี margin ดีกว่า แต่ต้องบวกต้นทุนภาษีนำเข้าและค่าขนส่งให้ครบก่อนตัดสินใจ

Q: ต้องเสียภาษีนำเข้าไหม?
A: ตั้งแต่มกราคม 2569 สิทธิ์ยกเว้นภาษีมูลค่าต่ำถูกยกเลิกแล้ว ทุกชิ้นที่นำเข้าต้องผ่านการประเมินภาษีตามปกติ ควรคำนวณต้นทุนนี้ไว้ก่อนตั้งราคาขาย

Q: ค่าขนส่งจากจีนแพงไหม?
A: ทางทะเลอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท/กิโลกรัม เป็นตัวเลือกประหยัดสุดแต่ช้ากว่า ทางอากาศเร็วกว่าแต่แพงกว่า 3-5 เท่า เลือกตามมูลค่าและน้ำหนักสินค้า

Q: ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าทำไง?
A: ติดต่อ Supplier ทันที เกินกำหนด Supplier มักคืนเงินหรือส่งใหม่

Q: Dropship กับ OEM/ODM ต่างกันยังไง?
A: Dropship ขายของที่มีอยู่แล้ว OEM/ODM ผลิตแบรนด์ตัวเอง ต้นทุนสูงกว่าแต่ margin ดีกว่ามาก และไม่โดนแข่งจากคนขายของเดียวกัน

Q: ทำเป็นอาชีพหลักได้ไหม?
A: ได้ แต่ต้อง niche ชัด ทำการตลาดดี มีระบบจัดการออเดอร์ที่ดี หลายคนเริ่มเป็นอาชีพเสริมแล้วค่อยขยาย

## สรุป: เลือกเจ้าไหนดี?

| เว็บไซต์ | เหมาะกับ | ราคา |
| --- | --- | --- |
| AliExpress | มือใหม่ สินค้าทั่วไป | ปานกลาง |
| CJDropshipping | ราคาต่ำ ใช้กับ Shopify | ต่ำ |
| DHgate | สินค้าคุณภาพดี ส่งเร็ว | ปานกลาง |
| Chinabrands | ระบบครบ หลายช่องทาง | ปานกลาง |
| Banggood | Electronics, Gadget | ปานกลาง-สูง |

Dropship จากจีนยังทำได้ในปี 2569 แต่แข่งขันสูงกว่าเมื่อก่อนมาก และต้นทุนเพิ่มขึ้นจากกฎภาษีใหม่ เลือก niche ที่ใช่ คำนวณต้นทุนให้ครบ ทำ content ที่แตกต่าง แล้วดูแล customer experience ให้ดี นั่นแหละที่จะทำให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง

> อ้างอิง: กรมสรรพากร (rd.go.th) และระบบ e-Tax (etax.rd.go.th), ตรวจสอบเกณฑ์และกำหนดเวลาปัจจุบันได้ที่เว็บทางการ
